ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

พระครูสุวรรณศีลาจารย์ หรือ หลวงพ่อทอง คงฺครตโน วัดก้อนแก้ว จังหวัดฉะเชิงเทรา

ประวัติ หลวงพ่อทอง วัดก้อนแก้ว (ฉะเชิงเทรา)
       "พระครูสุวรรณศีลาจารย์" (หลวงพ่อทอง คงฺครตโน) ท่านถือกำเนิดเมื่อ วันจันทร์ ที่๓ กรกฎาคม ปีเถาะ พ.ศ.๒๔๓๔ ที่ ตำบลประทุมชีวราราม อำเภอนีกา จังหวัดพนมเปญ ประเทศเขมร ท่านมีเชื้อสายกษัติย์ โยมบิดาชื่อ นายมิ่ง โยมมารดาชื่อ นางเอี่ยง "เนรมิต" หลวงพ่อทองในวัยหนุ่ม ท่านเดินทางจากไซ่ง่อนมาทางเรือสำเภามาพำนักอยู่ที่กรุงเทพฯ ประกอบอาชีพค้าขาย

       ต่อมาท่านได้รู้จักกับ พระวัดสัมพันธวงศ์รูปหนึ่งได้ชวนท่านบวชเณรแล้วชวนท่านมาจำพรรษาอยู่ที่ วัดสมานรัตนาราม ซึ่งเป็นวัดธรรมยุต แต่ท่านเกิดป่วยหนักมีคนรู้จักจึงพาท่านมาอยู่ที่บ้านไผ่แสวง ตำบลบางแก้ว อำเภอเมืองจังหวัดฉะเชิงเทรา ต่อมาคนที่พาท่านมาได้เสียชีวิตลงและเผาที่วัดจุกเฌอ หลวงพ่อเลยบวชหน้าไฟให้ ตั้งแต่นั้นมาท่านไม่ได้ลาสิกขาบทอีกเลย

       หลวงพ่อทองท่านอุปสมบทเป็นพระภิกษุเมื่ออายุ ๒๙ ปี ณ พัทธสีมาวัดจุกเฌอ ตำบลจุกเฌอ อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ ๒๒ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๖๔ โดยมี (พระครูคณานุกิจวิจารย์) วัดสายชลณรังษีเป็นพระอุปัชฌาย์ (พระสมุห์เหลี่ยม) วัดสัมปทวนเป็นพระกรรมวาจาจารย์และ (พระอธิการแสง) วัดจุกเฌอเป็นพระอนุสาวนาจารย์ได้นามฉายาว่า "คงฺครตโน"

       เมื่อบวชแล้วท่านก็ได้จำพรรษาอยู่ที่วัดจุกเฌอศึกษาเล่าเรียนกับ (พระอธิการแสง) ซึ่งเป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงและเชี่ยวชาญทางวิปัสสนากัมมัฏฐานในสมัยนั้น หลวงพ่อทองศึกษาอักขระสมัยทั้งภาษาขอมไทยบาลีจนมีความเชี่ยวชาญ หลังจากออกพรรษาแล้ว ท่านก็ได้ออกธุดงค์ไปตามจังหวัดต่างๆท่านเคยธุดงค์ไปถึงประเทศเขมรและพม่า ศึกษาเล่าเรียนกับหลายอาจารย์ พระอาจารย์ของหลวงพ่อทอง
   ๑. พระอธิการแสง วัดจุกเฌอศึกษาวิปัสสนากัมมัฏฐาน
   ๒. ท่านอาจารย์สุวรรณ ศึกษาพระเวทย์อาคม
   ๓. พระครูเขาพระ จังหวัดกาญจนบุรี
   ๔. เฒ่ามุ้ยศึกษาวิชาลงกระหม่อม

       หลวงพ่อออกธุดงค์เป็นเวลากว่า ๒๐ ปีจึงกลับไปจำพรรษาอยู่ที่ วัดจุกเฌอ ส่วนวัดก้อนแก้วในสมัยนั้นเกือบจะเป็นวัดร้างอยู่แล้ว (คุณยายแฉล้ม ละมั่งทอง) ได้ไปอาราธนานิมนต์หลวงพ่อไปจำพรรษาที่วัดก้อนแก้ว เนื่องจาก (พระอาจารย์วงศ์) เจ้าอาวาสรูปก่อนมรณภาพลง ในปีพ.ศ.๒๔๖๖ หลวงพ่อจึงเดินทางมาจากวัดจุกเฌอมารักษาการเจ้าอาวาสวัดก้อนแก้ว ก่อนจะมาท่านถูกนิมนต์ถึง ๓ ครั้งก็ไม่ยอมมาครั้งสุดท้ายเจ้าคณะจังหวัด "เจ้าคุณพุทธิรังสีมุณีวงศ์" ต้องจัดขบวนแห่จากวัดจุกเฌอมาวัดก้อนแก้วโดยมีเจ้าคณะจังหวัดเป็นผู้นำขบวนเองจึงยอมมาและดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดก้อนแก้ว

       วันที่ ๒๙ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๗๗ ท่านดำรงค์ตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดก้อนแก้วโดยมีเจ้าคุณพุทธิรังสีมุณีวงศ์เจ้าคณะจังหวัดเป็นผู้แต่งตั้ง
  พ.ศ.๒๕๑๐ ได้รับแต่งตั้งเป็นพระครูชั้นประทวน
  พ.ศ.๒๕๑๔ ได้รับสมณศักดิ์เป็นที่พระครูสุวรรณศีลาจารย์

        หลวงพ่อทองท่านเป็นคนพูดน้อยแต่อารมณ์ดียิ้มแย้มแจ่มใสอยู่เสมอ น้อยครั้งที่ท่านจะดุด่าศิษย์ มากไปด้วยความเมตตา เป็นที่พึ่งของชาวบ้านทั้งหลายเมื่อยามทุกข์ร้อนหรือเจ็บไข้ได้ป่วยมักจะได้รับหยูกยาการรักษาจากท่าน ท่านไม่เคยขัดศรัทธาชาวบ้านปัจจัยที่ได้ท่านจะนำมาบูรณะปฏิสังขรณ์วัดก้อนแก้วจนหมดสิ้นไม่มีการสะสมท่านให้ความเมตตากับทุกคน ให้อยู่ในระเบียบวินัย วัดก้อนแก้วเจริญรุ่งเรืองขึ้นในสมัยที่ท่านปกครองดูแลวัดท่านสร้างพระอุโบสถไว้อย่างงดงามสร้างกุฏิหลายหลังทำถนนเข้าวัดสร้างความเจริญให้วัดมากมาย

      ท่านได้จัดสร้างวัตถุมงคลไว้มากมายหลายแบบได้แก่ เหรียญ, พระเนื้อว่าน, ตะกรุดโทน, ผ้ายันต์ หลวงพ่อมีชื่อเสียงเรื่องการสักยันต์ท่านจะตั้งศาลเพียงตาบูชาครูหน้าพระอุโบสถ แล้วสักยันต์ให้ในพระอุโบสถนั่นเอง วัตถุมงคลที่ท่านสร้างขึ้นมาในสมัยนั้น ส่วนมากมักจะเป็นเหรียญ พระผงก็มีแต่จำนวนน้อย นอกนั้นก็มี พระปิดตา, รูปหล่อ, ตะกรุด, ผ้ายันต์สีแดงสีขาว ที่ทำขึ้นพร้อมกับเหรียญ

       การสร้างเหรียญของท่านท่านมักจะสร้างในปีที่มีเสาร์ ๕ เดือน ๕ และจะปลุกเสกกันเต็มพรรษาปลุกเสกจนท่านพอใจแล้วจึงนำออกมาให้บูชา การสร้างวัตถุมงคลของท่านมีจุดมุ่งหมายคือนำปัจจัยไปสร้างสาธารณกุศล ทุกครั้งวัตถุมงคลของท่านจะต้องมียันต์หยุดศาสตราวุธของพระพุทธเจ้าถ้าเป็นพระผงอย่างน้อยจะต้องเป็นยันต์เฑาะว์และมะอะอุท่านจะไม่ยอมโดยเด็ดขาดที่จะนำรูปท่านไปสร้างเป็นวัตถุมงคลแล้วนำไปออกที่วัดอื่น ท่านจะอนุญาตให้สร้างที่วัดก้อนแก้ววัดเดียว การสร้างวัตถุมงคลทุกครั้งลูกศิษย์หรือคณะกรรมการจะต้องขออนุญาตจากท่านและขอความคิดเห็นจากท่าน มีวัดอื่นนำรูปของท่านไปสร้างเป็นเหรียญแล้วนำมาให้ท่านปลุกเสกขอร้องอย่างไรท่านก็ไม่ยอมปลุกเสกให้ แต่ถ้าสร้างเป็นวัตถุมงคลแบบอื่นๆนอกจากรูปท่านท่านจะปลุกเสกให้ด้วยความยินดี

      เมื่อครั้งท่านยังมีชีวิตอยู่และมีสุขภาพแข็งแรงถ้าท่านอยู่วัดก็ไม่เป็นอันมีเวลาว่าง ต้องมีประชาชนมาขอให้ท่านรดน้ำมนต์กันตลอดทั้งวันคนที่มาวัดเป็นประจำจะทราบเป็นอย่างดีส่วนใหญ่ท่านจะรับนิมนต์ไปปลุกเสกวัตถุมงคลทั้งในกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียงภาคตะวันออกทั้งภาค ต้องมานิมนต์ให้ท่านปลุกเสกทุกงาน เวลาท่านฌาณสมาบัติปลุกเสกจะไม่มีการขยับนั่งได้รวดเดียวโดยไม่มีการพักแม้ว่าท่านชราภาพมากแล้วก็ตาม 

      สมัยนั้น วัดไหนมีพิธีพุทธาภิเษก ต้องมานิมนต์ท่านทุกวัด ล้วนแต่เป็นงานใหญ่ๆทั้งนั้น ท่านมักได้รับกิจนิมนต์ให้ปลุกเสกร่วมกับ (หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่), (หลวงปู่โต๊ะ ประดู่ฉิมพลี) เป็นประจำ และเวลาท่านนั่งปรกปลุกเสก ท่านจะเสกจนมั่นใจในวัตถุมงคลนั้นๆ จึงจะถอนจาก ญาณสมาบัติ ก่อนเข้าร่วมปลุกเสก ท่านจะให้ หลวงพี่ทุ้ย พระใกล้ชิดท่าน ไปถามว่ากำหนดการสิ้นสุดพิธีปลุกเสกกี่โมง แล้วท่านจะกำหนดจิต เข้าสมาธิปลุกเสก นั่งรวดเดียวจนถึงเวลากำหนดก็จะถอนจากสมาธิลืมตาพอดีทุกครั้ง โดยที่ไม่มีใครไปเรียกแต่อย่างใด ไม่ว่างานนั้นจะมีลั่นฆ้องพัก ฉันน้ำชา แต่สำหรับท่าน นั่งรวดเดียวเลย ยันสว่างก็รวดเดียว จิตท่านนิ่งมาก เวลาเสกของท่านบอกต้องเสกให้ทะลุ ถึงจะได้ผล

      ของทุกอย่างของท่านที่ท่านปลุกเสก จึงมีประสบการณ์มากมาย ขนาดเด็กนั่งหัวเรือ โดนฟ้าผ่าเต็มๆ ยังแค่สลบไป พ่อพาไปให้ท่านรดน้ำมนต์ แล้วก็กลับบ้านได้เลย ในตัวเด็กมีเหรียญของท่าน แขวนอยู่เหรียญเดียว

      ประสบการณ์เหรียญ รุ่น "บาทใหญ่" วัดก้อนแก้ว สมัยนั้นมีงานวัด วัยรุ่นแถบนั้นเขม่นกัน ตะลุมบอล เสียงปืนดังขึ้นมีคนล้มลง โดนลูกหลง ลูกปืน ๑๑ ม.ม. เจอะเข้าที่ขมับเป็นรอยบุบ สลบไป สักพักก็ฟื้นขึ้นมา ในกระเป๋าเสื้อมีเหรียญบาทใหญ่ ที่เช่าจากวัด เพียงเหรียญเดียว

      เรื่องยิงไม่เข้า ปืนด้าน มีให้เล่ากันเป็นประจำกับวัตถุมงคลของท่าน สมัยนั้นถนนทางวัดเปลี่ยวมาก โจรชุมยิ่งนัก วัยรุ่นก็ห้าวข้ามถิ่นกันไม่ได้ แต่วัยรุ่นแถบวัด ยังไงต้องมีวัตถุมงคลของท่านติดตัวทุกคน ถึงขนาดทหารในค่ายศรีโสธร ต้องมาขอจัดสร้างเหรียญให้ท่านปลุกเสก เพื่อติดตัวไปออกสงคราม ในยุคนั้นท่านโด่งดังมาก

       เรื่องม้าพยศของท่านที่มีคนนำมาปล่อยเพราะเลี้ยงไม่ไหว ไม่มีใครคนใดเอามันอยู่ ท่านเสกหญ้าให้มันกิน จนมันเชื่องกับท่านคนเดียว แต่มันเกเร มักออกไปนอกวัดเดินเหยียบสวนผักของชาวบ้านทำลายข้าวของ จนชาวบ้านทนไม่ไหว เอามีด เอาปืนไล่ยิง ไล่ฟันแต่ไม่เข้าสักราย เพราะมันมีผ้าจีวรที่ท่านผูกคอมันไว้ จนหลวงพ่อทองท่านมรณภาพลง 

      หลวงพ่อทอง ท่านถึงแก่มรณภาพลงด้วยโรคชรา เมื่อวันที่ ๓๐ มีนาคม พ.ศ.๒๕๒๖ รวมสิริอายุได้ ๙๒ ปี ๖๓ พรรษา ร่างของหลวงพ่อทองไม่เน่าเปื่อยทางวัดได้ใส่โลงแก้วให้สาธุชนเคารพกราบไหว้
  

เรียบเรียง : พระเกจิ แดนสยาม
https://www.facebook.com/prakejidansiam/

#ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามครับ

#พระอริยสงฆ์บางท่านในอดีตกาลเราอาจไม่ทราบประวัติท่าน
#เพจนี้สร้างขึ้นเพื่อศึกษาและเผยแพร่บารมีของท่านเท่านั้นครับ

ความคิดเห็น

เนื้อหาที่ได้รับความนิยมในรอบ 1 เดือน :

ประวัติและปฏิปทา หลวงปู่คำน้อย จิตฺตคุตฺโต วัดถ้ำภูกำพร้า (วัดภูกำพร้า) จังหวัดมุกดาหาร

ประวัติและปฏิปทา หลวงปู่คำน้อย จิตฺตคุตฺโต วัดภูกำพร้า อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร เกิด ไม่ทราบ มรณภาพ พ.ศ.2548 อายุ ไม่ทราบ (ว่ากันว่า 200 กว่าปี) พรรษา ไม่ทราบ สำหรับหลวงปู่คำน้อย ว่ากันว่าท่านมีถึงอายุ 238 ปี ท่านพำนักอยู่ วัดถ้ำภูกำพร้า อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ตั้งแต่ท่าน อายุได้ 100 กว่าปี ท่านก็สามารถนั่งสมาธิถอดจิต ไปเที่ยว สวรรค์ - นรก และ บางคนเชื่อว่าท่านคือเณรคำผู้มีฤทธิ์จากภูเขาควายเมืองลาว ท่านเป็นพระใจดี สำหรับอายุของท่านเท่าที่ถามจากคนเฒ่าคนแก่ในละแวกนั้น เขาก็ว่าเกิดมาก็เห็นหลวงปู่แล้วจนเขามีอายุถึงแปดสิบเก้าสิบ หลวงปู่คำน้อยก็ยังคงอยู่ในสภาพเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง และเมื่อสอบถามจากหลวงปู่คำน้อยก็ได้คำตอบเหมือนที่ใครๆได้รับรู้จากวาจา ท่านเองคือเปลี่ยนฟันมาสองรอบแล้ว รอบละ 120 ปี เลยอนุมานเอาว่าช่วงนั้นหลวงปู่น่าจะอายุประมาณ 200 กว่า ปี อายุใกล้เคียงกับกรุงเทพมหานคร ก็เลยสันนิษฐานเอาว่าหลวงปู่น่าจะเกิดในสมัยรัชกาลที่ 1 ครับ ปัจจุบันท่านมรณภาพไปแล้วครับ ประมาณปี 2548

ประวัติหลวงพ่อกุหลาบ พุทฺธโชติ หรือ หลวงพ่อกุหลาบ วัดบางเป้ง

ประวัติหลวงพ่อกุหลาบ พุทฺธโชติ หรือ หลวงพ่อกุหลาบ วัดบางเป้ง พระครูพรหมจริยาธิมุตต์ (หลวงพ่อกุหลาบ พุทฺธโชติ) หรือ หลวงพ่อหลาบ วัดบางเป้ง อดีตเจ้าอาวาสวัดบางเป้ง และอดีตเจ้าคณะอำเภอศรีราชา ท่านเป็นเกจิดังของตำบลแสนสุข อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี ท่านพัฒนาวัดบางเป้งจนมีความรุ่งเรือง ท่านเป็นพระที่มีเมตตาสูง ใครมาขอความช่วยเหลือจากท่านท่านก็ช่วยเหลือมิไม่ได้ขาด ท่านเป็นพระเกจิที่ชาวบางแสนให้ความเคารพอย่างมาก และท่านยังให้ความสำคัญของการศึกษาท่านได้สร้างโรงเรียนวัดบางเป้ง (กุหลาบราษฎร์อำนวยวิทย์) ขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2509 เป็นต้น ประวัติและสถานะเดิม พระครูพรหมจริยาธิมุตต์ ท่านมีนามเดิมว่า " กุหลาบ " นามสกุล " อุ่นจิตร หรือ อุ่นจิตต์ (ไม่แน่ใจว่าเขียนแบบไหนครับ) " เกิดเมื่อวันอังคาร ขึ้น 9 ค่ำ เดือนยี่ ตรงกับวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2431 บิดาชื่อ นายช้อน มารดาชื่อ นางเจียก อุ่นจิตร ท่านเกิด ณ หมู่ที่ 1 บ้านตำบลแสนสุข อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี (บริเวณสถานีดับเพลิง ต.แสนสุข) ท่านมีพี่น้องร่วมบิดามารดาจำนวน 5 คน หลวงพ่อกุหลาบเป็นบุตรคนสุดท้อง ดังนี้ พระอธิการอั...

ประวัติและปฏิปทา หลวงปู่วิเวียร ฐิตปุญฺโญ วัดดวงแข กรุงเทพมหานคร

ประวัติและปฏิปทา พระวิมลธรรมภาณ (หลวงปู่วิเวียร ฐิตปุญฺโญ) พระวิมลธรรมภาณ (หลวงปู่วิเวียร ฐิตปุญญเถร บุญมาก) วัดดวงแข กรุงเทพมหานคร หลวงปู่วิเวียร เกิดวันที่ 9 พฤศจิกายน 2464 บรรพชาเป็นสามเณร วันที่ 9 กรกฎาคม 2482 อุปสมบทเป็นพระภิกษุสงฆ์ พ.ศ. 2484 เป็นพระที่มีความเชี่ยวชาญด้านสมถะและวิปัสสนาอย่างมาก ท่านเป็นพระอาจารย์สอนกัมมัฏฐานต่อผู้ใคร่ศึกษา อาจารย์ของท่านประกอบด้วย พระอาจารย์สิงห์ ขันตยาคโม วัดป่าสาลวัน (ลูกศิษย์องค์สำคัญของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต) หลวงพ่อโด่ วัดนามะตูม จังหวัดชลบุรี หลวงพ่ออยู่ วัดบ้านแก่ง จังหวัดนครสวรรค์ (ศิษย์ของหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า จังหวัดชัยนาท,หลวงปู่เฮง คงฺคสุวณฺโณ วัดเขาดิน จังหวัดนครสวรรค์ และหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ จังหวัดนครสวรรค์) วัตถุมงคลที่ท่านอธิฏฐานจิตมีพุทธานุภาพและกฤดาภินิหารอย่างน่าอัศจรรย์ เป็นที่ต้องการของบรรดาลูกศิษย์และผู้นิยมพระเครื่อง หลวงปู่วิเวียร ฐิตปุญญเถร (บุญมาก) ละสังขาร เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2537 เวลา 4 ทุ่มตรง รวมสิริอายุได้ 73 ปี พรรษา 53 การเข้าสู่เส้นทางวิปัสสนากัมมัฎฐานและพระเวทย์วิทยาคม พระวิมลธรรมภาณ ...

ประวัติ หลวงปู่ทอง อายะนะ วัดราชโยธา

หลวงปู่ทอง อายะนะ (พ.ศ. 2363 - พ.ศ. 2480) เป็นพระคณาจารย์ยุคเก่าที่มีอายุยืนยาวถึง 117 ปี ท่านเป็นพระที่มีวัตรปฏิบัติอันงดงาม เชี่ยวชาญด้านพุทธาคมอย่างลึกซึ้ง เป็นผู้ถ่ายทอดวิชาให้กับ หลวงปู่เผือก วัดกิ่งแก้ว ส่วนลูกศิษย์ฆราวาสที่เคราพเลื่อมใสท่านมากก็คือ พระยาพหลพลพยุหเสนา (พจน์ พหลโยธิน) นายกรัฐมนตรีคนที่ 2 ของประเทศไทย ด้านวัตถุมงคลของท่านมีทั้งพระเครื่องเนื้อพิมพ์สมเด็จ ลูกอม ชานหมาก เสื้อยันต์ แต่ที่ได้รับความนิยมสูงสุดก็คือ เหรียญรุ่นแรก ประวัติหลวงปู่ทอง อายะนะ หลวงปู่ทอง อายานะ เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2363 ตรงกับปลายสมัยรัชกาลที่ 2 เป็นบุตรของนายฮวด แซ่ลิ้ม ชาวจีนฮกเกี้ยน มารดาเป็นชาวมอญ ต่อมาท่านได้อุปสมบทเมื่อปี พ.ศ. 2384 ได้อุปสมบท ณ วัดบางเงินพรม ตลิ่งชัน โดยมีท่านเจ้าคุณวินัยกิจจารีเถระ (ภู่) อดีตเจ้าอาวาสองค์ที่ 2 ของ วัดบางเงินพรม เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาตามภาษามคธว่า อายะนะ หลังจากอุปสมบทมา ได้พำนักจำพรรษา ณ วัดแห่งนั้นเพื่อศึกษาพระธรรมวินัย และคอยอุปัฏฐากพระอุปัชฌาย์ของท่านภายหลังได้ธุดงค์วัตรเพื่อแสวงหาโมกขธรรม เมื่อพระราชโยธาก่อสร้างวัดราชโยธาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ได้น...

ประวัติหลวงปู่อุดมทรัพย์ หรือ พระอาจารย์จ่อย สิริคุตโต วัดเวฬุวัน

ประวัติหลวงปู่อุดมทรัพย์ (พระอาจารย์จ่อย สิริคุตโต) วัดเวฬุวัน ตำบลพยุห์ อำเภอพยุห์ จังหวัดศรีสะเกษ ชาติภูมิและอุปสมบท ณ บ้านหนองหล่ม อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว ในวันศุกร์ที่  ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๐๓ ในครอบครัวของพ่อลี แม่ตุ่น สว่างกุล ได้ก่อกำเนิดลูกชายคนที่ ๘ จากจำนวนทั้งหมด ๙ คน เด็กคนนี้มีรูปร่างเล็กกว่าลูกคนอื่นๆ พ่อจึงได้ตั้งชื่อว่า "จ่อย" ซึ่งเป็นภาษาอีสานหมายถึงผอมแห้ง เด็กชายจ่อยได้เป็นกำลังสำคัญของครอบครัวด้วยการช่วยทำงานทุกอย่างเหมือนดั่งเด็กโต ในยามว่างสิ่งหนึ่งที่เป็นกิจวัตรประจำวันของเด็กชายจ่อยคือ ชอบไปนั่งคุยกับพระที่วัดถามถึงเรื่องบาปบุญว่ามีจริงไหม บาปอยู่ที่ไหน บุญอยู่ที่ใด เป็นคำถามที่พระในวัดมักจะถูกถามอยู่เสมอๆ ซึ่งพระในวัดท่านก็ตอบว่า "ถ้าอยากรู้ว่าบาปบุญมีจริงไหม ก็ลองมาบวชดูแล้วจะรู้" คำตอบที่พระท่านตอบมาทำให้ในวันนั้นเด็กชายจ่อยฝังใจในการหาคำตอบ พอเริ่มโตเป็นวัยรุ่น จึงได้ไปขออนุญาตพ่อแม่ว่า "บัดนี้ครอบครัวก็เป็นปึกแผ่นแล้ว อยากจะออกบวชเรียน เพื่อศึกษาหาคำตอบที่สงสัยมานาน" เมื่อพ่อแม่ได้ฟังดังนั้นก็ยินดีอนุโมทนาอนุญาตให้บวชเป็นสามเณ...

ประวัติหลวงปู่เขียว อินฺทมุนี หรือ พ่อท่านเขียว วัดหรงบน

ประวัติหลวงปู่เขียว อินฺทมุนี หรือ พ่อท่านเขียว วัดหรงบน หลวงปู่เขียว อินทมุนี หรือ พ่อท่านเขียว วัดหรงบน เป็นพระคณาจารย์ชื่อดังแห่งวัดหรงบน ก่อนที่ท่านจะมรณภาพนั้นก็สามารถบอกถึงกำหนดวันมรณภาพล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ นอกจากสังขารท่านจะไม่เน่าเปื่อยแล้วยังเผาไหม้ได้อีกด้วย พระเครื่องและวัตถุมงคลของท่านได้รับความนิยมสูงมาก เช่น เหรียญรูปเหมือน รูปหล่อลอยองค์ ผ้ายันต์รอยมือรอยเท้า เชือกคาดเอว ลูกอม ตะกรุด และพระปิตตา ฯลฯ ประวัติ หลวงปู่เขียว อินทมุนี ท่านเกิดเมื่อปี พุทธศักราช 2424 ในแผ่นดิน ล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 เมื่อยังเยาว์วัย พ่อท่านเขียวอาศัยพระในบ้านช่วยสอนหนังสือให้อ่านเขียนได้ตามอักขระสมัย ท่านชอบศึกษาเล่าเรียนเป็นชีวิตจิตใจ รวมทั้งการศึกษาวิชาอาคมตามประเพณีนิยมของชาติไทยสมัยก่อน จนเมื่อมีอายุได้ 22 ปี ท่านจึงได้ตัดสินใจสละเพศฆราวาส อุปสมบทเมื่อปี พ.ศ. 2446 ณ วัดคงคาวดี (วัดกลาง) ปีเถาะ พ.ศ. 2446 พระครูสมัยนั้น เป็นพระอุปัชฌายะ พระครูบริหารสังฆกิจ (เต็ง) เป็นพระอนุสาวนาจารย์ พระเกื้อเป็นพระกรรมวาจา ได้รับฉายาว่า "อินทมุนี" หลังจากอุปสมบทแล้ว ท่านก็อยู่รับใช้ป...

ประวัติหลวงปู่ทวน ปุสสวโร วัดจันทคุณาราม (วัดโป่งยาง) จังหวัดจันทบุรี

ประวัติหลวงปู่ทวน ปุสฺสวโร วัดจันทคุณาราม (วัดโป่งยาง) ตำบลโป่งยาง อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี หลวงปู่ทวน ปุสสวโร ท่านเป็นคน อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี เกิดวันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ.2451 ปีวอก ขึ้น15 ค่ำ เป็นวันพระซึ่งตรง กับวันพระใหญ่ วัน วิสาขบูชาพอดี หลวงปู่เล่าให้ฟังว่า โยมพ่อโยมแม่ของหลวงปู่บอกว่าตัวหลวงปู่นี้เกิดในสองวัน ความหมายคือ ตอนที่หลวงปู่ออกมานั้นหัวของหลวงปู่ออกมาก่อนในวันพุธกลางคืนก่อนเที่ยงคืนและตัวของหลวงปู่ก็ออกมาทั้งหมดในวันพฤหัสบดีคาบเกี่ยวกัน เป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์ยิ่งนักน้อยคนที่จะออกมาแบบนี้ตอนท่านบวชเป็นเณรได้เคยไปอยู่และเรียนกับหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ เกจิชื่อดังเมืองนครสวรรค์ เมื่ออายุครบบวชท่านก็ได้บรรพชาที่วัดเขาพระงาม จังหวัดลพบุรี หลังจากบรรพชาได้ระยะนึงหลวงปู่ทวนท่านได้ออกเดินธุดงค์ไปกับหลวงพ่อบุญธรรม และคณะสงฆ์หลายรูปเพื่อขัดเกลากิเลส จุดหมายคือจังหวัดอุบลราชธานี ในระหว่างการเดินทางก็ได้พบเจอเรื่องราวต่างๆมากมายทั้งคนทั้งผีเจอมาหมด และสิ่งที่หลวงปู่ภาคภูมิใจระหว่างเกินเดินธุดงค์นั้นคือ ได้พบกับหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต พระอาจารย์ใหญ่แห่งสายพร...

ประวัติและปฏิปทา หลวงปู่เหมือน อินฺทโชโต วัดกำแพง จังหวัดชลบุรี

ประวัติและปฏิปทา พระครูอุดมวิชชากร (หลวงปู่เหมือน อินฺทโชโต) วัดกำแพง ตำบลมะขามหย่ง อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี พระครูอุดมวิชชากร (หลวงปู่เหมือน อินฺทโชโต) อดีตเจ้าอาวาสวัดกำแพง และอดีตเจ้าคณะตำบลบางปลาสร้างเขต 2 หลวงปู่เหมือน ท่านเป็นเกจิดังของวัดกำแพง ตำบลมะขามหย่ง อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี ท่านพัฒนาวัดกำแพงจนมีความรุ่งเรืองในหลายๆ ด้าน และยังเป็นผู้อุปการะ องค์อุปการะยุวพุทธิกสมาคมชลบุรี ในพระสังฆราชูปถัมภ์ , อุปการะโรงเรียนเทศบาลวัดกำแพง (อุดมพิทยากร) และองค์อุปการะมูลนิธิพระครูอุดมวิชชากร อีกด้วย วัตถุมงคลของท่านได้ความนิยมอย่างมากโดยเฉพาะปิดตา และเหรีญรุ่นแรก พระครูอุดมวิชชากร ท่านมีนามเดิมว่า " เหมือน " นามสกุล " ถาวรวัฒนะ " เกิดเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2436 ปีมะเส็ง ณ บ้าน ตำบลมะขามหย่ง อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 5 โยมบิดาชื่อ ตึ๋ง โยมมารดาชื่อ ปุ่น ถาวรวัฒนะ (มารดาเป็นน้องสาวของหลวงพ่อเจียม อดีตเจ้าอาวาสวัดกำแพง) บรรพชา หลวงปู่เหมือน ท่านบรรพชาเป็นสามเณร แล้วจึงอุปสมบทต่อ อุปสมบท หลวงปู่เหมือน อายุได้ 20...

ประวัติหลวงปู่หมุน ฐิตสีโล วัดบ้านจาน อมตะเถระ ๕ แผ่นดิน อายุ ๑๐๙ ปี

หลวงปู่หมุน ฐิตสีโล " ตัวกูลูกพระพุทธองค์ ครูสิทธิ์ ครูธงค์ องอาจไม่ประมาทครู พบรอยก้มดู เจอครูกราบไหว้ " อิมะมะมามา อิมะมะมามา อิมะมะมามา อิมะมะมามา อิมะมะมามา อิมะมะมามา อิมะมะมามา ผู้เขียน : ClubMahaAud(73) * วาจาสิทธิ์ของหลวงปู่หมุน ที่ได้กล่าวไว้ก่อนละสังขาร ซึ่งลูกศิษย์และชาวบ้านต่างจดจำได้ติดหู คือ " ของๆฉันสร้างเองกับมือ ใครมีไว้บูชาจะ หมุนโชคหมุนลาภ ทำมาค้าขึ้น ไม่มีวันจน ประกอบสัมมาอาชีพใดก็รุ่งเรือง เจริญลาภยศสรรเสริญ จะมีชื่อเสียงหอมขจรขจาย ขอให้เป็นคนดี คิดดี ทำดี ละเว้นชั่ว คุณพระจะรักษา เทวดาจะคุ้มครอง แม้นว่าฉันจะตายไป ของๆ ฉันจะขลังกว่านี้อีกหลายๆเท่า น้ำลาย ไอปาก ลมปราณที่ประจุลงไป ด้วยพลังจิตอันเข้มขลังของฉัน ย่อมเป็น หนึ่งบ่เป็นสอง ครบเครื่องเป็นองค์พระ ที่ดีทั้งนอก ดีทั้งใน ฝากไว้ในแผ่นดิน ให้เลื่องชื่อลือนาม ลือเรื่องถึงเมืองแมน " # หลวงปู่หมุน ท่านกำเนิดเมื่อ พศ.2437-2546 อายุยืนถึง 109 ปี พระเครื่องของท่านออกมา ช่วงบั้นปลายชีวิต ในปีพศ.2542-45 จึงดูเหมือนเป็นพระเครื่องใหม่ อายุพระไม่เกิน10ปี ความนิยมในท้องตลาดพระเครื่อง ยังมีไม่มา...

ประวัติและปฏิปทา หลวงพ่อเจริญ ฐานยุตโต วัดโนนสว่าง จังหวัดอุดรธานี

ประวัติและปฏิปทา หลวงพ่อเจริญ ฐานยุตโต ประวัติโดยสังเขป พระครูพิพัฒน์วิทยาคม หรือ หลวงพ่อเจริญ ฐานยุตฺโต) วัดโนนสว่าง ตำบลหมากหญ้า อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี พระครูพิพัฒน์วิทยาคม (หลวงพ่อเจริญ ฐานยุตฺโต) มีนามเดิมว่า เจริญ สารักษ์ เกิดเมื่อวันที่ ๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๐๔ ที่บ้านหนองวัวซอ ตำบลหมากหญ้า (ปัจจุบันคือตำบลหนองวัวซอ) อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี โยมบิดาชื่อ นายสงวน สารักษ์ พื้นเพต้นตระกูลเป็นคนบ้านหนองไข่นก จังหวัดอุบลราชธานี ต่อมาโยมบิดาได้ย้ายถิ่นฐานมาอาศัยอยู่ที่อำเภอหนองวัวซอ โดยมีคุณปู่คือ พ่อใหญ่สารวัตรนา สารักษ์ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในบ้านหนองวัวซอ และมีคุณย่าคือ แม่ใหญ่บัวมี อัควงษ์ ซึ่งพื้นเพมีเชื้อสายมาจากเจ้าเมืองในสมัยเก่าของจังหวัดหนองบัวลำภู ส่วนโยมมารดาชื่อ นางฮวด สารักษ์ (นามสกุลเดิม โคตรรวิช) พื้นเพต้นตระกูลเป็นคนบ้านเชียงหวาง อำเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี ต่อมาโยมมารดาได้ย้ายถิ่นฐานมาอาศัยอยู่ที่บ้านโนนทัน จังหวัดหนองบัวลำภู และแต่งงานกับโยมบิดาที่บ้านหนองวัวซอ ได้ประกอบสัมมาอาชีพ ทำไร่ทำนา ท่านมีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันทั้งหมด ๑๐ คน เป็นชาย ๘ คน หญ...