ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ประวัติและปฏิปทา หลวงปู่ซามา อาจุตโต วัดป่าอัมพวัน จังหวัดเลย

ประวัติและปฏิปทา หลวงปู่ซามา อาจุตฺโต

วัดป่าอัมพวัน ตำบลน้ำหมาน อำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย

๏ อัตโนประวัติ

“หลวงปู่ซามา อาจุตฺโต” อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าอัมพวัน บ้านไร่ม่วง ต.น้ำหมาน อ.เมือง จ.เลย เป็นพระมหาเถระสายปฏิบัติกรรมฐานที่มีความเคร่งครัดยิ่งในพระธรรมวินัย เป็นพระนักพัฒนา และเป็นพระภิกษุสงฆ์ที่มีความเด็ดเดี่ยวกล้าหาญเชื่อในตัวเอง และรับฟังครูบาอาจารย์ที่อบรมสั่งสอนนั้นด้วยความศรัทธายิ่ง ทำให้เป็นที่นับถือศรัทธาจากพุทธศาสนิกชนในจังหวัดเลยและใกล้เคียงเป็นอันมาก

พ่อแม่ครูบาอาจารย์พระป่ากรรมฐานศิษย์สายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ที่หลวงปู่ซามาเคยได้อยู่อบรมปฏิบัติธรรมและอุปัฏฐากรับใช้อย่างใกล้ชิดด้วยเสมอๆ เช่น หลวงปู่ชอบ ฐานสโม วัดป่าสัมมานุสรณ์ อ.วังสะพุง จ.เลย, หลวงปู่ศรีจันทร์ วณฺณาโภ วัดศรีสุทธาวาส อ.เมือง จ.เลย, หลวงปู่ฝั้น อาจาโร วัดป่าอุดมสมพร อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร และ หลวงปู่คำดี ปภาโส วัดถ้ำผาปู่ อ.เมือง จ.เลย เป็นต้น บรรดาสหธรรมิกมักจะเรียกท่านด้วยฉายาว่า “เฒ่าหลังลาย” อันเนื่องจากองค์ท่านมีรอยสักอยู่ทั่วกายท่าน

หลวงปู่ซามา มีนามเดิมว่า ซามา สินทอน เกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๓ เมษายน พ.ศ.๒๔๔๗ ตรงกับขึ้น ๗ ค่ำ เดือน ๗ ปีมะโรง ณ บ้านดอนแขม ต.บางคำ อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น โยมบิดา-โยมมารดาชื่อ นายลุย และนางบุญ สินทอน มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันทั้งหมด ๘ คน ท่านเป็นบุตรคนที่ ๒ ครอบครัวมีอาชีพทำนาทำไร่



๏ การอุปสมบท

ท่านอยู่ช่วยเหลือโยมบิดา-โยมมารดาทำงานบนท้องนา จนเป็นหนุ่มใหญ่ จึงได้เข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุในครั้งแรก ต่อมาได้ลาสิกขาออกไปช่วยโยมบิดา-โยมมารดาทำนาทำไร่ต่อไปอีก เพื่อเป็นการทดแทนบุญคุณของท่าน ครั้นหมดภาระหน้าที่ของตน เพราะได้ทำงานหาเงินพอที่โยมบิดา-โยมมารดาไม่ลำบากแล้ว ท่านก็ได้เข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุอีกครั้งหนึ่ง ที่วัดข้างๆ บ้าน คราวนี้อยู่ได้ถึง ๔ พรรษา แต่เป็นพระฝ่ายมหานิกาย ในสมัยนั้นการควบคุมดูแลพระภิกษุสงฆ์ยังไม่ทั่วถึง จึงเป็นเหตุให้พระภิกษุสงฆ์หย่อนยานทางพระธรรมวินัยมาก คือ พระธรรมวินัยสอนอย่างหนึ่ง แต่ผู้บวชปฏิบัติตนไปอีกอย่างหนึ่ง


๏ ฝากตัวเป็นศิษย์ครูบาอาจารย์

ครั้งแรกได้ยินกิตติศัพท์ของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ว่าเป็นพระผู้เคร่งครัดในพระธรรมวินัยมากและท่านก็เป็นพระธุดงคกรรมฐาน หลวงปู่ซามาจึงอยากฝากตัวเป็นศิษย์ ก่อนจะได้พบกับหลวงปู่มั่น ท่านมีโอกาสได้ฝากตัวเป็นศิษย์ของ ท่านพระอาจารย์สิงห์ ขันตยาคโม และ ท่านพระอาจารย์มหาปิ่น ปัญญาพโล ถึง ๔ พรรษา

การที่หลวงปู่ซามาออกติดตาม หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ไปทางภาคหนือนั้น ก็เพื่อหวังสดับรับฟังพระธรรมเทศนาและอุบายธรรมจากองค์หลวงปู่มั่นเท่านั้น โดยคิดว่า “ถ้าพบและได้รับอุบายธรรมแล้วจะปฏิบัติตามนั้น แม้นไม่ได้ธรรมที่ตนจะปฏิบัติก็ขอยอมตาย”

หลวงปู่ซามามีโอกาสดี ได้เข้ากราบนมัสการท่านพระอาจารย์สิงห์ ขันตยาคโม แล้วได้รับฟังพระธรรมเทศนาจากท่าน จนเกิดความเลื่อมใสศรัทธาอย่างแรงกล้า ก็เข้าใจว่า “บัดนี้เราได้มาพบพระดีมีวินัยชอบแล้ว” ท่านจึงได้ถวายตัวเป็นศิษย์ แต่มีเหตุขัดข้องในเรื่องนิกายอยู่ ท่านพระอาจารย์สิงห์จึงต้องให้ไปขออนุญาตจากพระอุปัชฌาย์องค์เดิมก่อน ซึ่งท่านก็ได้รับอนุญาตด้วยความเต็มใจ พร้อมกับอวยพรให้มีดวงตาเห็นธรรม

หลวงปู่ซามาจึงได้มาแปรญัตติใหม่เป็นพระธรรมยุติกนิกาย ณ พัทธสีมาวัดบ้านเต่าชัยชุมพล ต.บ้านเต่า อ.บ้านแท่น จ.ชัยภูมิ เมื่อวันที่ ๖ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๗๓ โดยมี ท่านพระครูพิศาล (ศรีจันทร์) เป็นพระอุปัชฌาย์ และ พระอาจารย์หล้า เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ได้รับนามฉายาว่า “อาจุตฺโต”

เมื่อแปรญัตติแล้วเท่ากับเป็นพระบวชใหม่ ครั้นต่อมาหลวงปู่ซามาได้อยู่อบรมปฏิบัติธรรมกับ หลวงปู่ฝั้น อาจาโร จนเกิดสมาธิขั้น “ฌาน” และได้ติดตามเดินธุดงค์ไปในที่ต่างๆ ขณะนั้นท่านได้สมาธิแล้ว จึงรีบเร่งการภาวนาเดินจงกรมตลอดวันตลอดเวลา บางวันอดอาหารเสียเพราะเสียดายเวลาการปฏิบัติธรรม

ต่อมาได้ติดตาม หลวงปู่ชอบ ฐานสโม ไปทางภาคเหนือ และได้อยู่อบรมปฏิบัติธรรมกับ หลวงปู่ตื้อ อจลธมฺโม อีก ๑ พรรษา รวมทั้งได้อยู่อบรมปฏิบัติธรรมกับ หลวงปู่คำดี ปภาโส นานถึง ๑๐ พรรษา เพราะว่าหลวงปู่ซามาเคยพูดว่า “ได้พระอาจารย์ที่วิเศษ จึงอยู่นานหน่อย” การปฏิบัติธรรมด้วยความดีบริสุทธิ์นั้น หลวงปู่ซามาถือว่า “เป็นกำไรของจิตใจ เราจะได้หมดทุกข์เสียที”

นอกจากนี้แล้ว ท่านเคยได้ร่วมคณะกับพระอาจารย์ใหญ่หลายองค์ไปเป็นธรรมทูตขอนิมนต์ หลวงปู่แหวน สุจิณโณ ณ วัดดอยแม่ปั๋ง ต.แม่ปั๋ง อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ ให้กลับมาอยู่เพื่อโปรดคณะศรัทธาญาติโยมในจังหวัดเลย แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะหลวงปู่แหวนไม่ยอมกลับ ขออยู่บนดอยแม่ปั๋งดังเดิม

หลวงปู่ซามาเป็นลูกศิษย์ของพระบูรพาจารย์ใหญ่สายพระป่ากรรมฐาน หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต รุ่นเดียวกันกับ พระอาจารย์กว่า สุมโน แห่งวัดป่ากลางโนนภู่ ต.ไร่ อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร

หลวงปู่ซามาท่านเคยเดินธุดงค์ไปจนถึงประเทศลาว และได้ไปรับข้ออรรถข้อธรรมทางใจอีกเป็นอันมาก ด้วยความเด็ดเดี่ยวกล้าหาญท่านเดินธุดงคกรรมฐานไปในป่าเขาดงเสืออยู่ตลอดเวลา การที่ท่านได้สละกายและใจออกปฏิบัติธรรมกรรมฐานนี้เป็นความสมัครใจของท่านเอง

เพราะในครั้งแรกที่ได้มีโอกาสพบเห็นพระธุดงคกรรมฐาน คือ พระอาจารย์สิงห์ ขันตยาคโม, หลวงปู่ฝั้น อาจาโร, หลวงปู่อ่อน ญาณสิริ, หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี และ พระอาจารย์มหาปิ่น ปัญญาพโล ครั้นเมื่อได้ฟังธรรมะปฏิบัติก็บังเกิดความเลื่อมใสศรัทธาอย่างแรงกล้า

ท่านได้ออกเดินธุดงค์ไปตามป่าเขา เพื่อแสวงหาวิโมกขธรรมเกือบทั่วประเทศไทย

ต่อมา หลวงปู่ซามาได้ไปร่วมผนึกกำลังออกเผยแผ่ธรรมร่วมกับ หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี ยังภาคใต้ แม้จะเกิดปัญหาอุปสรรคต่างๆ นานา ท่านก็มิได้ท้อถอยท้อแท้แต่อย่างใด จนกระทั่งสามารถสร้างความเคารพศรัทธาในพระป่าสายการปฏิบัติกรรมฐาน ไม่ว่าท่านจะออกเดินธุดงค์ไปเผยแผ่ธรรม ณ ที่ใด ชาวบ้าน ป่า นา เขา ต่างพากันเลื่อมใสศรัทธาท่าน และพากันเศร้าโศกเสียใจเมื่อท่านเสร็จกิจในการเผยแผ่ธรรมและอำลาจากสถานที่แห่งนั้น แต่ธรรมะที่ได้รับจากท่านก็ยังฝังใจเขาไปตราบนานแสนนาน

๏ มีความเคารพนับถือหลวงปู่ศรีจันทร์

ช่วงหนึ่งหลวงปู่ซามาได้มาพำนักจำพรรษาอยู่ที่วัดป่าอัมพวัน จ.เลย พระธรรมวราลังการ (หลวงปู่ศรีจันทร์ วณฺณาโภ) เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่ พระอดิสัยคุณาธาร เจ้าอาวาสวัดศรีสุทธาวาส (วัดเลยหลง) ต.กุดป่อง อ.เมือง จ.เลย และเจ้าคณะจังหวัดเลย (ธรรมยุต) ในขณะนั้น ได้แต่งตั้งให้หลวงปู่ซามาเป็นเจ้าคณะตำบล

ในบรรดาพระเถระผู้ใหญ่ในจังหวัดเลย หลวงปู่ศรีจันทร์มีความคุ้นเคยใกล้ชิดกับหลวงปู่ซามาเป็นพิเศษ และหลวงปู่ซามาก็ไปมาหาสู่กับหลวงปู่ศรีจันทร์เป็นประจำ โดยหลวงปู่ซามาจะมีความเคารพนับถือหลวงปู่ศรีจันทร์มาก เมื่อชาวบ้านมาทำบุญและงานมงคลต่างๆ จะนิมนต์หลวงปู่ทั้งสองไปสวดเจริญพระพุทธมนต์ หากมีการฟังธรรม หลวงปู่ศรีจันทร์จะมอบให้หลวงปู่ซามาบรรยายธรรมเทศนา


๏ ธรรมะเป็นเกาะแก้วเกาะขวัญ

หลวงปู่ซามาเคยเล่าเหตุการณ์ตอนหนึ่งให้ฟังว่า “อาตมาเคยใช้กรรมครั้งหนึ่งเกือบตายมาแล้ว คือ รถไปคว่ำ การไปให้รถคว่ำได้นี้ มีพระอาจารย์หลายองค์ มีอาจารย์ท่อน เป็นต้น ความสำคัญมั่นหมายไม่ได้อยู่กับตอนรถคว่ำนั้นหรอก เพราะเป็นเรื่องธรรมดาเชิงขบขันมากกว่า

แต่ความสำคัญในทางธรรมะนี้ซี ทำให้อาตมารู้ซึ้งถึงแก่นใจเลยทีเดียว จึงมาแนะนำญาติโยมว่า ปฏิบัติไปเถิด ธรรมสมาธินี้เมื่อใครได้ปฏิบัติแล้ว แม้เมื่อถึงคราววิบัติธรรมะก็ช่วยได้ ธรรมะเป็นเกาะแก้วเกาะขวัญของพวกเราเป็นอย่างดียิ่ง...เป็นอะไรล่ะ...เป็นพุทธรักษา ธรรมรักษา สังฆ์รักษา รักษาให้พ้นความตายได้จริงๆ ภูมิธรรมเกิดขึ้นมากในช่วงนั้น ขณะเจ็บอยู่นะ อาตมารู้วิธี ตอนที่เราจะตายควรไปฝากชีวิตกับใคร แล้วพวกโยมก็ควรปฏิบัติบ้างจึงจะรู้ชัดเจนนะ”

หลวงปู่ซามาได้มาบูรณะซ่อมแซมวัดป่าอัมพวัน ให้ได้รับความเจริญขึ้น เพราะชาวบ้านไร่ม่วงทุกคนต่างก็มีความศรัทธาเลื่อมใสในปฏิปทาข้อวัตรของท่าน จึงนิมนต์ให้มาอยู่เป็นเจ้าอาวาสวัดป่าอัมพวัน และถือเป็นแหล่งสุดท้ายในชีวิตของท่านหลวงปู่ซามา อาจุตฺโต พระผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบแห่งจังหวัดเลย


๏ ตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดป่าอัมพวัน

หลวงปู่ซามารู้จักและสนิทสนมกับ หลวงพ่อคำพอง ขันติโก ครั้งหนึ่ง หลวงปู่ซามาพร้อมด้วยหลวงพ่อคำพอง ได้พากันเดินทางไปที่วัดดอยแม่ปั๋ง จ.เชียงใหม่ เพื่อปฏิบัติและศึกษาธรรมกับ หลวงปู่แหวน สุจิณโณ

ต่อมา ท่านทั้งสองได้พากันเดินทางกลับมายังจังหวัดเลย หลวงปู่แหวนได้มอบเงินมา ๔๐๐ บาท ให้มาแบ่งเป็นค่ารถองค์ละ ๒๐๐ บาท เพื่อเดินทางกลับมายังจังหวัดเลย แต่หลวงพ่อคำพองได้เดินทางท่องธุดงควัตรต่อไปในภาคกลาง ไม่ได้กลับมายังจังหวัดเลยพร้อมกับหลวงปู่ซามา

ภายหลังหลวงปู่ซามาได้ฝากฝังเอาไว้ก่อนที่ท่านจะมรณภาพว่า ขอให้นิมนต์หลวงพ่อคำพองมาเพื่อดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดอัมพวัน สืบต่อจากท่าน ครั้นต่อมาหลวงปู่ซามาได้มรณภาพลง คณะศรัทธาญาติโยมบ้านไร่ม่วงและพระเถระผู้ใหญ่ในจังหวัดเลย จึงได้พร้อมใจกันนิมนต์หลวงพ่อคำพอง ให้มาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดแห่งนี้อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ.๒๕๒๓ ตราบจนกระทั่งถึงปัจจุบัน

๏ การมรณภาพ

พ.ศ.๒๕๒๐ หลวงปู่ศรีจันทร์ วณฺณาโภ พร้อมด้วยหลวงปู่ซามา อาจุตฺโต และพระเถระผู้ใหญ่ในจังหวัดเลย อาทิเช่น พระราชศีลสังวร (โสภณ สุทธจนฺโท) อดีตเจ้าคณะจังหวัดเลย วัดศรีโพนแท่น ต.นาซ่าว อ.เชียงคาน จ.เลย, หลวงปู่ท่อน ญาณธโร วัดศรีอภัยวัน ต.นาอ้อ อ.เมือง จ.เลย และ หลวงพ่อสีทน สีลธโน วัดถ้ำผาปู่ ต.นาอ้อ อ.เมือง จ.เลย ได้รับนิมนต์ไปในพิธีพุทธาภิเษกที่จังหวัดปราจีนบุรี

ระหว่างเดินทางกลับมาถึงที่ อ.คง จ.นครราชสีมา บังเอิญมีรถยนต์คันหนึ่งเกิดยางแตก รถเสียหลักพุ่งเข้ามาในเลน ทำให้คนขับรถของหลวงปู่ซามาหักหลบและเกิดพลิกคว่ำไปหลายตลบ พระสงฆ์ที่นั่งมาในรถบาดเจ็บไปตามๆ กัน สำหรับหลวงปู่ซามาได้รับบาดเจ็บมากที่สุด

ภายหลังเกิดเหตุ รถตำรวจทางหลวงได้นำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลนครราชสีมา เมื่อพระเถระผู้ใหญ่ทุกรูปมีอาการดีขึ้นแล้ว จึงได้พากันเดินทางกลับมายังจังหวัดเลย ส่วนหลวงปู่ซามาซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสมากที่สุดนั้น ต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ที่วัดป่าสาลวัน ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา

หลวงปู่ซามาเริ่มมีอาการอาพาธ มีอาการทรงๆ ทรุดๆ มาโดยตลอด ต่อมาหลวงปู่ซามาเดินทางกลับมาอยู่ที่วัดป่าอัมพวัน แม้อาการก็ดีขึ้นแต่ไม่หายขาด อย่างไรก็ดีหลวงปู่ซามายังคงสามารถปฏิบัติศาสนกิจได้บ้าง

จนกระทั่งในเดือนเมษายน พ.ศ.๒๕๒๓ หลวงปู่ซามามีอาการทรุดมาก และในวันที่ ๑๐ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๒๓ หลวงปู่ศรีจันทร์ วณฺณาโภ ได้ไปเยี่ยมและเป็นการเยี่ยมครั้งสุดท้าย ครั้นในวันที่ ๑๑ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๒๓ เวลา ๑๒.๓๐ น. หลวงปู่ซามาได้ละสังขารลงด้วยอาการสงบ สิริรวมอายุได้ ๗๖ พรรษา ๕๐

แม้วันนี้หลวงปู่ซามาจะละสังขารไปจากโลกนี้นานแล้ว แต่กุศลผลบุญแห่งความดีที่ยังคงปรากฏอยู่ในใจของพุทธศาสนิกชน ในฐานะปูชนียบุคคลและผู้สร้างปูชนียบุคคลทางพระพุทธศาสนา

รวบรวมและเรียบเรียงมาจาก ::
(๑) ประวัติย่อหลวงปู่ซามา อาจุตฺโต วัดป่าอัมพวัน
จากเว็บไซต์ http://www.thavorn.net
(๒) หนังสือพิมพ์ข่าวสดรายวัน ออนไลน์ หน้า ๓๑
คอลัมน์ อริยะโลกที่ ๖ โดย วิชัย จินดาเหม
วันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๐ ปีที่ ๑๗ ฉบับที่ ๖๐๗๑

http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=13&t=19957

ความคิดเห็น

เนื้อหาที่ได้รับความนิยมในรอบ 1 เดือน :

ประวัติและปฏิปทา หลวงปู่คำน้อย จิตฺตคุตฺโต วัดถ้ำภูกำพร้า (วัดภูกำพร้า) จังหวัดมุกดาหาร

ประวัติและปฏิปทา หลวงปู่คำน้อย จิตฺตคุตฺโต วัดภูกำพร้า อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร เกิด ไม่ทราบ มรณภาพ พ.ศ.2548 อายุ ไม่ทราบ (ว่ากันว่า 200 กว่าปี) พรรษา ไม่ทราบ สำหรับหลวงปู่คำน้อย ว่ากันว่าท่านมีถึงอายุ 238 ปี ท่านพำนักอยู่ วัดถ้ำภูกำพร้า อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ตั้งแต่ท่าน อายุได้ 100 กว่าปี ท่านก็สามารถนั่งสมาธิถอดจิต ไปเที่ยว สวรรค์ - นรก และ บางคนเชื่อว่าท่านคือเณรคำผู้มีฤทธิ์จากภูเขาควายเมืองลาว ท่านเป็นพระใจดี สำหรับอายุของท่านเท่าที่ถามจากคนเฒ่าคนแก่ในละแวกนั้น เขาก็ว่าเกิดมาก็เห็นหลวงปู่แล้วจนเขามีอายุถึงแปดสิบเก้าสิบ หลวงปู่คำน้อยก็ยังคงอยู่ในสภาพเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง และเมื่อสอบถามจากหลวงปู่คำน้อยก็ได้คำตอบเหมือนที่ใครๆได้รับรู้จากวาจา ท่านเองคือเปลี่ยนฟันมาสองรอบแล้ว รอบละ 120 ปี เลยอนุมานเอาว่าช่วงนั้นหลวงปู่น่าจะอายุประมาณ 200 กว่า ปี อายุใกล้เคียงกับกรุงเทพมหานคร ก็เลยสันนิษฐานเอาว่าหลวงปู่น่าจะเกิดในสมัยรัชกาลที่ 1 ครับ ปัจจุบันท่านมรณภาพไปแล้วครับ ประมาณปี 2548

เหรียญหล่อพระพุทธชินราช หลวงปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ำกลองเพล จังหวัดหนองบัวลำภู ปี 2517

เหรียญหล่อพระพุทธชินราช หลวงปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ำกลองเพล จังหวัดหนองบัวลำภู ปี 2517 #เหรียญพระพุทธชินราช #ชุบนิเกิ้ล พระสวย จมูกโด่งๆ แชมป์ๆหายากครับ หลวงปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ำกลองเพล จ.หนองบัวลำภู พ.ศ.๒๕๑๗ #ซีรี่ยอดนิยม  เหรียญพระพุทธชินราช เป็นอีกรุ่น ที่สายตรงตามหา รูปแบบสวย เจตนาในการสร้างบริสุทธิ์ ดีนอก ดีใน  สุดยอดของดีที่น่าใช้สุดๆ พุทธคุณเด่นด้าน '"เมตตาดีเป็นเลิศ" #พระอรหันแห่งถ้ำกลองเพล #พระดีพิธีดี สุดยอดของดีที่ไม่ควรมองข้าม ปัจจุบันเริ่มหายากไม่ค่อยมีหมุนเวียนพบเจอน้อย ควรค่าแก่การเก็บสะสมบูชาครับ "นับเป็นของดีที่หายากมากๆ” "งดงามด้วยพุทธศิลป์ เข้มขลังด้วยพุทธคุณ" #ประสบการณ์มีให้พบเห็นอยู่บ่อยครั้ง #พุทธคุณครบครอบรอบด้านทำมาค้าขึ้นเมตตาค้าขายแคล้วคลาดปลอดภัยหน้าสะสมบูชาครับ🙏🙏🙏 https://www.facebook.com/YutBonsaiMukdahan

ประวัติหลวงปูสอ ขันติโก วัดโพธิ์ศรี จังหวัดนครพนม

ประวัติหลวงปูสอ ขันติโก หลวงปู่สอ ขันติโก ท่านมีนามเดิมว่า สอ แก้วดี ท่านเกิดในตระกูลชาวนา เกิดเมื่อวันจันทร์ ปีมะเส็ง พ.ศ. 2448 ตามคำบอกเล่าของหลวงปู่ หลานแท้ๆ (ลูกของคุณยายเฮียง) และชาวบ้านที่บอกว่าในใบสุทธินั้นระบุวันเดือนปีเกิดและวันที่อุปสมบทคลาดเคลื่อนไป โดยระบุว่า เกิดวันที่ 20 พฤษาคม 2460 คลาดไป 12 ปี เพราะแม่ของหลวงปู่แจ้งเกิดให้ท่านช้าไปมากและไม่ได้นำเข้าทะเบียนราษฏร์ เนื่องด้วยท่านติดตามหลวงปู่สีทัตถ์ไปตั้งแต่ยังเด็ก ซึ่งจริงๆแล้วท่านเกิดปี 2448 วันที่อุปสมบทจาก 2480 เป็น 2512 ( 16 ก.พ. 2512 ) เนื้องด้วยเป็นใบที่ใช้ยืนยันตัวตนของท่านซึ่งขอทำในวันเวลาดังกล่าว บิดาชื่อ คุณพ่อเพ็ง เป็นชาวลาว มารดาชื่อ คุณแม่จันทร์ แม่พี่น้องร่วมกันอยู่ 6 คน 1. นายสุ เพียมา เสียชีวิตแล้ว 2. หลวงปู่สอ ขันติโก 3. นายสาน บุญรักษา เสียชีวิตแล้ว - พี่น้องต่างบิดาอีก 3 คน 4. นางจูม กัณหา เสียชีวิตแล้ว 5. นางเจียง รามศรี เสียชีวิตแล้ว 6. นางเฮียง รามศรี เสียชีวิตแล้ว เมื่อแรกเกิดหลวงปู่ท่านเล่าให้ฟังว่า แม่ของท่านบอกว่าตอนหลวงปู่เกิด สายรกพันคอ จะได้บวชเป็นแน่ พอเมื่อหลวงปู่ท่านยังเด็ก...

ประวัติหลวงพ่อกุหลาบ พุทฺธโชติ หรือ หลวงพ่อกุหลาบ วัดบางเป้ง

ประวัติหลวงพ่อกุหลาบ พุทฺธโชติ หรือ หลวงพ่อกุหลาบ วัดบางเป้ง พระครูพรหมจริยาธิมุตต์ (หลวงพ่อกุหลาบ พุทฺธโชติ) หรือ หลวงพ่อหลาบ วัดบางเป้ง อดีตเจ้าอาวาสวัดบางเป้ง และอดีตเจ้าคณะอำเภอศรีราชา ท่านเป็นเกจิดังของตำบลแสนสุข อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี ท่านพัฒนาวัดบางเป้งจนมีความรุ่งเรือง ท่านเป็นพระที่มีเมตตาสูง ใครมาขอความช่วยเหลือจากท่านท่านก็ช่วยเหลือมิไม่ได้ขาด ท่านเป็นพระเกจิที่ชาวบางแสนให้ความเคารพอย่างมาก และท่านยังให้ความสำคัญของการศึกษาท่านได้สร้างโรงเรียนวัดบางเป้ง (กุหลาบราษฎร์อำนวยวิทย์) ขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2509 เป็นต้น ประวัติและสถานะเดิม พระครูพรหมจริยาธิมุตต์ ท่านมีนามเดิมว่า " กุหลาบ " นามสกุล " อุ่นจิตร หรือ อุ่นจิตต์ (ไม่แน่ใจว่าเขียนแบบไหนครับ) " เกิดเมื่อวันอังคาร ขึ้น 9 ค่ำ เดือนยี่ ตรงกับวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2431 บิดาชื่อ นายช้อน มารดาชื่อ นางเจียก อุ่นจิตร ท่านเกิด ณ หมู่ที่ 1 บ้านตำบลแสนสุข อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี (บริเวณสถานีดับเพลิง ต.แสนสุข) ท่านมีพี่น้องร่วมบิดามารดาจำนวน 5 คน หลวงพ่อกุหลาบเป็นบุตรคนสุดท้อง ดังนี้ พระอธิการอั...

ประวัติและปฏิปทา หลวงปู่วิเวียร ฐิตปุญฺโญ วัดดวงแข กรุงเทพมหานคร

ประวัติและปฏิปทา พระวิมลธรรมภาณ (หลวงปู่วิเวียร ฐิตปุญฺโญ) พระวิมลธรรมภาณ (หลวงปู่วิเวียร ฐิตปุญญเถร บุญมาก) วัดดวงแข กรุงเทพมหานคร หลวงปู่วิเวียร เกิดวันที่ 9 พฤศจิกายน 2464 บรรพชาเป็นสามเณร วันที่ 9 กรกฎาคม 2482 อุปสมบทเป็นพระภิกษุสงฆ์ พ.ศ. 2484 เป็นพระที่มีความเชี่ยวชาญด้านสมถะและวิปัสสนาอย่างมาก ท่านเป็นพระอาจารย์สอนกัมมัฏฐานต่อผู้ใคร่ศึกษา อาจารย์ของท่านประกอบด้วย พระอาจารย์สิงห์ ขันตยาคโม วัดป่าสาลวัน (ลูกศิษย์องค์สำคัญของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต) หลวงพ่อโด่ วัดนามะตูม จังหวัดชลบุรี หลวงพ่ออยู่ วัดบ้านแก่ง จังหวัดนครสวรรค์ (ศิษย์ของหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า จังหวัดชัยนาท,หลวงปู่เฮง คงฺคสุวณฺโณ วัดเขาดิน จังหวัดนครสวรรค์ และหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ จังหวัดนครสวรรค์) วัตถุมงคลที่ท่านอธิฏฐานจิตมีพุทธานุภาพและกฤดาภินิหารอย่างน่าอัศจรรย์ เป็นที่ต้องการของบรรดาลูกศิษย์และผู้นิยมพระเครื่อง หลวงปู่วิเวียร ฐิตปุญญเถร (บุญมาก) ละสังขาร เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2537 เวลา 4 ทุ่มตรง รวมสิริอายุได้ 73 ปี พรรษา 53 การเข้าสู่เส้นทางวิปัสสนากัมมัฎฐานและพระเวทย์วิทยาคม พระวิมลธรรมภาณ ...

สมเด็จพระธาตุพนม (พระสมเด็จธาตุพนม) วัดพระธาตุพนม จังหวัดนครพนม ปี 2518

สมเด็จพระธาตุพนม (พระสมเด็จธาตุพนม) วัดพระธาตุพนม จังหวัดนครพนม ปี 2518 พระสมเด็จพระธาตุพนม  #เนื้อผงผสมอิฐพระธาตุ สภาพสวยสมบูรณ์ไม่บิ่นไม่ลานเดิมๆหายากครับ สมเด็จพระธาตุพนม วัดพระธาตุพนม จ.นครพนม พ.ศ.๒๕๑๘ "พระธาตุพนม"เจดีย์แห่งนี้บรรจุพระอุรังคธาตุ(กระดูกหน้าอก)พระพุทธเจ้า "พิธีสมโภชน์ครั้งนี้"ในหลวง ร.๙ เสด็จ เป็นองค์ประธาน ในการบูรณะปฎิสังขรณ์ พร้อมด้วยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ในหลวง ร.๑๐  "พระดีพิธีใหญ่มาก"เกจิสายพระกรรมฐานมาร่วมงานมากมายหลายท่านครับผม พระสภาพสวยสมบูรณ์ หายาก มากครับผม ควรค่าแก่การเก็บสะสมไว้บูชาครับ #พระธาตุพนมพระธาตุศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของไทย "นับเป็นของดีที่หายากมากๆ” "งดงามด้วยพุทธศิลป์ เข้มขลังด้วยพุทธคุณ" #ประสบการณ์มีให้พบเห็นอยู่บ่อยครั้ง #พุทธคุณครบครอบรอบด้านทำมาค้าขึ้นเมตตาค้าขายแคล้วคลาดปลอดภัยหน้าสะสมบูชาครับ🙏🙏🙏 https://www.facebook.com/YutBonsaiMukdahan

ประวัติและปฏิปทา หลวงปู่เหมือน อินฺทโชโต วัดกำแพง จังหวัดชลบุรี

ประวัติและปฏิปทา พระครูอุดมวิชชากร (หลวงปู่เหมือน อินฺทโชโต) วัดกำแพง ตำบลมะขามหย่ง อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี พระครูอุดมวิชชากร (หลวงปู่เหมือน อินฺทโชโต) อดีตเจ้าอาวาสวัดกำแพง และอดีตเจ้าคณะตำบลบางปลาสร้างเขต 2 หลวงปู่เหมือน ท่านเป็นเกจิดังของวัดกำแพง ตำบลมะขามหย่ง อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี ท่านพัฒนาวัดกำแพงจนมีความรุ่งเรืองในหลายๆ ด้าน และยังเป็นผู้อุปการะ องค์อุปการะยุวพุทธิกสมาคมชลบุรี ในพระสังฆราชูปถัมภ์ , อุปการะโรงเรียนเทศบาลวัดกำแพง (อุดมพิทยากร) และองค์อุปการะมูลนิธิพระครูอุดมวิชชากร อีกด้วย วัตถุมงคลของท่านได้ความนิยมอย่างมากโดยเฉพาะปิดตา และเหรีญรุ่นแรก พระครูอุดมวิชชากร ท่านมีนามเดิมว่า " เหมือน " นามสกุล " ถาวรวัฒนะ " เกิดเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2436 ปีมะเส็ง ณ บ้าน ตำบลมะขามหย่ง อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 5 โยมบิดาชื่อ ตึ๋ง โยมมารดาชื่อ ปุ่น ถาวรวัฒนะ (มารดาเป็นน้องสาวของหลวงพ่อเจียม อดีตเจ้าอาวาสวัดกำแพง) บรรพชา หลวงปู่เหมือน ท่านบรรพชาเป็นสามเณร แล้วจึงอุปสมบทต่อ อุปสมบท หลวงปู่เหมือน อายุได้ 20...

ประวัติหลวงปู่หมุน ฐิตสีโล อมตะเถระ ๕ แผ่นดิน วัดบ้านจาน

ประวัติหลวงปู่หมุน ฐิตสีโล อมตะเถระ ๕ แผ่นดิน วัดบ้านจาน จังหวัดศรีสะเกษ ชาติภูมิและอุปสมบท หลวง ปู่หมุน ฐิตสีโส เกิดในสกุล" ศรีสงคราม"หรือ " แก้วปักปิ่น" ถือกำเนิดเมื่อ วันพฤหัสบดี เดือน 5 ปีชวด พ.ศ. ๒๔๓๗ ณ บ้านจาน อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ บิดา ชื่อ "ดี "มารดาชื่อ " อั๊ว " มีอาชีพทำไร่ทำนา เป็นเด็กยากจน แต่มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด ต่อมาบิดามารดาเห็นแววทางด้านพระพุทธศาสนา จึงให้บรรพชาเป็นสามเณรเมื่ออายุ ๑๔ ปี และนำไปฝากกับพระอาจารย์สีดาเจ้าอาวาสวัดบ้านจาน ซึ่งเป็นพระที่เชี่ยวชาญด้านกรรมฐานและมีวิชาอาคมที่เก่งมาก ในปี ๒๔๖๐ ขณะอายุได้ ๒๓ ปีได้เข้าอุปสมบทโดยมีหลวงพ่อสีดา เป็นพระอุปัชฌาชย์รับฉายาว่า " ฐิตสีโล " แปลว่า " ผู้มีศีลตั้งมั่น "จากนั้นได้ศึกษาวิชาความรู้จากครูบาอาจารย์ต่าง ๆ ในแถบนั้นเป็นเวลา ๔ ปี ก่อนออกแสวงหาครูบาอาจารย์อื่นๆ เพื่อศึกษาคันธธุระและวิปัสสนาธุระในชั้นที่สูงๆ ขึ้นไป ปี พ.ศ.๒๔๖๔ หลวงปู่หมุน เริ่มออกศึกษาแสวงหาประสบการณ์โดยได้ร่ำเรียนทั้งเวทย์วิทยา และสมถกรรมฐานจากครูบาอาจารย์หลายสำนัก การเดินทางในสมัยนั้นเป็...

ประวัติหลวงปู่อุดมทรัพย์ หรือ พระอาจารย์จ่อย สิริคุตโต วัดเวฬุวัน

ประวัติหลวงปู่อุดมทรัพย์ (พระอาจารย์จ่อย สิริคุตโต) วัดเวฬุวัน ตำบลพยุห์ อำเภอพยุห์ จังหวัดศรีสะเกษ ชาติภูมิและอุปสมบท ณ บ้านหนองหล่ม อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว ในวันศุกร์ที่  ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๐๓ ในครอบครัวของพ่อลี แม่ตุ่น สว่างกุล ได้ก่อกำเนิดลูกชายคนที่ ๘ จากจำนวนทั้งหมด ๙ คน เด็กคนนี้มีรูปร่างเล็กกว่าลูกคนอื่นๆ พ่อจึงได้ตั้งชื่อว่า "จ่อย" ซึ่งเป็นภาษาอีสานหมายถึงผอมแห้ง เด็กชายจ่อยได้เป็นกำลังสำคัญของครอบครัวด้วยการช่วยทำงานทุกอย่างเหมือนดั่งเด็กโต ในยามว่างสิ่งหนึ่งที่เป็นกิจวัตรประจำวันของเด็กชายจ่อยคือ ชอบไปนั่งคุยกับพระที่วัดถามถึงเรื่องบาปบุญว่ามีจริงไหม บาปอยู่ที่ไหน บุญอยู่ที่ใด เป็นคำถามที่พระในวัดมักจะถูกถามอยู่เสมอๆ ซึ่งพระในวัดท่านก็ตอบว่า "ถ้าอยากรู้ว่าบาปบุญมีจริงไหม ก็ลองมาบวชดูแล้วจะรู้" คำตอบที่พระท่านตอบมาทำให้ในวันนั้นเด็กชายจ่อยฝังใจในการหาคำตอบ พอเริ่มโตเป็นวัยรุ่น จึงได้ไปขออนุญาตพ่อแม่ว่า "บัดนี้ครอบครัวก็เป็นปึกแผ่นแล้ว อยากจะออกบวชเรียน เพื่อศึกษาหาคำตอบที่สงสัยมานาน" เมื่อพ่อแม่ได้ฟังดังนั้นก็ยินดีอนุโมทนาอนุญาตให้บวชเป็นสามเณ...

พระปิดตาจัมโบ้ ปี 2541 รุ่น 111 ปี หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี กรุงเทพมหานคร พระเกจิดังร่วมปลุกเสกมากมาย

เปิดบูชา พระปิดตาจัมโบ้ ปี 2541 รุ่น 111 ปี หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี กรุงเทพมหานคร พระเกจิดังร่วมปลุกเสกมากมาย เนื้อผงเกสรเข้ม หลังยันต์ดวงสุกิตติ  หรือยันต์ดวง เนื้อผงเกสร มวลสารเก่าหลวงปู่ปลุกเสก นำมาเป็นมวลสาร โดยทางวัดในนำเถ้าอัฐิ และเกศาหลวงปู่ผสมเป็นมวลสาร  โดยเกจิ ในพิธี จะมี 1.หลวงพ่อรวย วัดตะโก 2.หลวงปู่ทิม วัดพระขาว 3หลวงปู่หลิว วัดไร่แตงทอง 4หลวงพ่อเปิ่น วัดขางพระ 5หลวงพ่ออิฐ วัดจุฬามณี และเกจิมากมายอีกหลายท่าน พระปิดตา หลวงปู่โต๊ะ ขึ้นชื่อว่าเป็นพระปิดจาลำดับต้นๆ ของเมืองไทย ด้วยองค์พระเป็นพระปิดตามหา ลาภ  อีกทั้งยังได้มวลสาร ในการจัดสร้างดีๆอีกมากมาย 🙏 พระราชสังวราภิมณฑ์ (หลวงปู่โต๊ะ อินฺทสุวณฺโณ) เป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดประดู่ฉิมพลี เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร หรือจังหวัดธนบุรีในอดีต เป็นพระคณาจารย์ที่รู้จักกันดี ด้วยวัตรอันปฏิบัติอันงดงามเป็นที่เคารพศรัทธาของชาวพุทธทุกชนชั้น ท่านถึงพร้อมด้วยบุญบารมีและอิทธิบารมี 💮 พระจากกล่องเดิมจากวัด ทุกองค์ครับ💮 🙏🙏🙏 📮 สนใจสอบถามได้ครับผม🙏 #พระปิดตา #หลวงปู่โต๊ะ https://www.facebook.com/10496396486591...