ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ประวัติและปฏิปทา หลวงปู่เขียน ฐิตสีโล วัดรังสีปาลิวัน จังหวัดกาฬสินธุ์

ประวัติและปฏิปทา พระอริยเวที (หลวงปู่เขียน ฐิตสีโล)

วัดรังสีปาลิวัน ตำบลโพน อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์

๏ อัตโนประวัติ

พระอริยเวที” หรือ “หลวงปู่เขียน ฐิตสีโล” เป็นพระเถราจารย์ผู้ปฏิบัติตามพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด เป็นที่น่าเคารพสักการบูชาของบรรดาศิษยานุศิษย์ ซึ่งเป็นที่ประจักษ์แก่พุทธศาสนิกชนทุกหมู่เหล่า รวมทั้ง เป็นเพื่อนสหธรรมิกกับ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช (เจริญ สุวฑฺฒโน) และ พระธรรมวิสุทธิมงคล (หลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน) ตั้งแต่ครั้งสมัยที่ท่านทั้งสามยังมีอายุพรรษาไม่มากนัก

หลวงปู่เขียน มีนามเดิมว่า เขียน ภูสาหัส เกิดเมื่อวันที่ ๒๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๕๖ ตรงกับวันพุธ ขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๑๒ ปีฉลู ณ บ้านโพน ต.โพน อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ โยมบิดา-โยมมารดาชื่อ นายสังข์ และนางค้อม ภูสาหัส



๏ การบรรพชาและอุปสมบท

เมื่ออายุครบ ๑๕ ปี ได้เข้าพิธีบรรพชาเป็นสามเณร เมื่อวันที่ ๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๗๐ ณ วัดบ้านโพน ต.โพน อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์

ครั้นอายุครบ ๒๐ ปีบริบูรณ์ ได้เข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุ เมื่อวันที่ ๒๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๗๗ ณ พัทธสีมาวัดสุทธจินดา ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา โดยมี เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (อ้วน ติสฺโส) เป็นพระอุปัชฌาย์, พระโพธิวงศาจารย์ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และ พระธรรมปิฎก เป็นพระอนุสาวนาจารย์

พ.ศ. ๒๔๗๕ สอบไล่ได้นักธรรมชั้นเอก

พ.ศ. ๒๔๗๗-๒๔๘๑ สอบไล่ได้เปรียญธรรม ๓-๗ ประโยค สำนักเรียนวัดสุทธจินดา อ.เมือง จ.นครราชสีมา

พ.ศ. ๒๔๘๒ สอบไล่ได้เปรียญธรรม ๘ ประโยค สำนักเรียนวัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพฯ

พ.ศ. ๒๔๘๔ สอบไล่ได้เปรียญธรรม ๙ ประโยค สำนักเรียนวัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพฯ พร้อมกับ เจ้าประคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช (เจริญ สุวฑฺฒโน)

๏ งานด้านการศึกษาสงฆ์

พ.ศ. ๒๔๗๘-๒๔๘๑ เป็นครูสอนพระปริยัติธรรมสำนักเรียนวัดสุทธจินดา และวัดศาลาทอง อ.เมือง จ.นครราชสีมา

พ.ศ. ๒๔๘๒ เป็นครูสอนพระปริยัติธรรมสำนักเรียนวัดบวรนิเวศวิหาร แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ และสำนักเรียนวัดพระศรีมหาธาตุ แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ


๏ ตำแหน่งทางการปกครองคณะสงฆ์

พ.ศ. ๒๔๘๕ ได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสังฆสภา

พ.ศ. ๒๔๘๙ ได้รับแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์

พ.ศ. ๒๔๙๐ ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดสุทธจินดา จ.นครราชสีมา

วันที่ ๒๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๙๔ ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะธรรมยุตจังหวัดนครราชสีมา (หรือเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา ฝ่ายธรรมยุต ในปัจจุบัน)


๏ ลำดับสมณศักดิ์

พ.ศ. ๒๔๙๐ ได้รับพระราชทานแต่งตั้งสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ “พระอริยเวที”


๏ ข้อวัตรและปฏิปทา

เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๘๗ หลวงปู่เขียนได้เข้ากราบฟังธรรม ปฏิบัติธรรม และถวายตัวเป็นศิษย์ในสำนักของพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต หลังจากที่สอบได้เปรียญธรรม ๙ ประโยคใหม่ๆ โดย เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (อ้วน ติสฺโส) ได้นำไปฝาก ทั้งนี้ เพื่อประสงค์ให้หลวงปู่ท่านได้เป็นศาสนทายาทที่มีความหนักแน่นมั่นคง ทั้งด้านปริยัติธรรมและด้านปฏิบัติ เป็นแบบอย่างที่ดีแก่พระภิกษุสามเณรในภายภาคหน้า เมื่อได้ฟังธรรม และรับคำแนะนำในการปฏิบัติเป็นอย่างดีแล้ว ท่านจึงได้ออกเดินธุดงค์กัมมัฏฐานไปตามป่าเขาลำเนาไพรในจังหวัดต่างๆ จนออกไปถึงประเทศลาว และแวะเวียนมาเข้ากราบฟังธรรมจากพระอาจารย์มั่นเป็นระยะๆ

ด้วยผลานิสงส์แห่งการปฏิบัติธรรมจากสำนักของ ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต ปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ทางด้านวิปัสสนาธุระของประเทศไทย โดยเมื่อครั้งได้ฟังพระธรรมเทศนาของพระอาจารย์มั่น กัณฑ์แรกเรื่อง “โทษของการเกิด” และกัณฑ์ที่สองเรื่อง “มุตโตทัย” (ธรรมะเป็นเครื่องพ้น) หลวงปู่เขียนถึงกับลุกจากที่นั่งไปกราบพระอาจารย์มั่น พร้อมกล่าวคำปฏิญาณตนอย่างเด็ดเดี่ยวต่อหน้าพระอาจารย์มั่นเป็นภาษาบาลีว่า

“สาสเน อุรํ ทตฺวา ขอมอบกายถวายชีวิตทั้งหมดนี้แก่พระพุทธศาสนา ชีวิตทั้งชีวิตนี้ขอมอบไว้ในพระศาสนา ขอให้ท่านพระอาจารย์โปรดเป็นสักขีพยานด้วยเถิด”

จากนั้นตราบจนสิ้นอายุขัย หลวงปู่เขียนได้กระทำสัจจวาจานั้นให้เป็นที่ปรากฏแก่ชนทั้งหลาย ถึงความเป็นศากยบุตรพุทธชิโนรส ผู้บริสุทธิ์หมดจดงดงามในธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ดีแล้ว

๏ พระอริยเจ้าผู้แตกฉานในอรรถและธรรม

หลวงปู่เขียนเป็นพระมหาเถระผู้ถึงพร้อมด้วยความรู้และความประพฤติ เป็นศิษย์ ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต ที่สำคัญรูปหนึ่ง ท่านชำนาญทั้งด้านคันถธุระและวิปัสสนาธุระ ทรงความรู้ในทางพระพุทธศาสนา ซึ่งหาได้ยากยิ่งนักในคณะกัมมัฏฐานยุคปัจจุบัน ท่านละทิ้งเกียรติยศตำแหน่งในการบริหารคณะสงฆ์ มุ่งเพียงเกียรติอันยิ่งใหญ่ คือ พระนิพพาน ละจากความเป็นพระบ้านเข้าสู่ความเป็นพระป่าได้อย่างสนิทใจ เป็นแบบอย่างแก่อนุชนรุ่นหลังที่ติดหลงจมในลาภยศสรรเสริญได้เป็นอย่างดี

หลวงปู่เขียนท่านมีอุปนิสัยพูดจริงทำจริง เรียนจริงปฏิบัติจริง บากบั่นมุมานะ ไม่ท้อแท้ต่ออุปสรรคที่มาถึง รักสงบ สำรวมระวัง ปฏิบัติตนเคร่งครัดในพระธรรมวินัย ไม่ชอบคลุกคลี ซึ่งตรงต่อธรรมวินัย หนักแน่นด้วยหิริโอตตัปปะธรรม มักน้อย สันโดษ เรียบง่าย มีระเบียบบริบูรณ์ด้วยข้อปฏิบัติในไตรสิกขา ได้ถวายตัวเป็นศิษย์อยู่ฝึกอบรมกัมมัฏฐานกับท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต ณ วัดป่าภูริทัตตถิราวาส (วัดป่าบ้านหนองผือ) อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร ท่านได้บำเพ็ญคุณประโยชน์ไว้ในพระพุทธศาสนาเป็นอันมาก ทั้งด้านการศึกษา ด้านการปกครอง และด้านการเผยแผ่ ตั้งแต่บรรพชาอุปสมบทเป็นต้นมาจนตลอดอายุขัย

ครั้งหลวงปู่เขียนท่านดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสุทธจินดา จ.นครราชสีมา ลำดับที่ ๓ ตั้งแต่เมื่อวันที่ ๑๗ มกราคม พ.ศ. ๒๔๗๐ ท่านมีแนวคิดกว้างไกล ทั้งหลักการและแนวทางปฏิบัติการบริหารภายในวัด ตั้งเป้าหมายไว้สูง มีระเบียบให้พระภิกษุ สามเณร ตลอดถึงคณะศิษย์วัด ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด รวมทั้ง มีการคัดเลือกหมู่คณะให้เข้าไปรับการอบรมเป็นนักเรียนครูและนักเรียนการปกครอง ที่วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพฯ เพื่อให้กลับมาเป็นบุคลากรบริหารวัดช่วยเจ้าอาวาส อนุสรณ์สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ ท่านได้ริเริ่มก่อตั้งมูลนิธิ “สุทธจินดาราชสีมามูลนิธิ” ซึ่งได้ผลงานตามวัตถุประสงค์ ทุนทรัพย์เติบใหญ่มาจนถึงทุกวันนี้

เมื่อได้วางรากฐานการปกครองและการศึกษาเข้าสู่ความเจริญในระดับหนึ่งตามเป้าหมายแล้ว ด้วยสาวกบารมีญาณมาเตือน หลวงปู่เขียนท่านได้ประกาศท่ามกลางคณะสงฆ์วัดสุทธจินดาอย่างอาจหาญว่า “จะออกปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐานในป่า” ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๐ เป็นต้นมา ท่านได้สร้างวัดรังสีปาลิวัน จ.กาฬสินธุ์ และได้ออกบำเพ็ญตามถ้ำ เงื้อมผา จำพรรษาในที่หลายแห่งตามสถานที่วิเวก สัปปายะ สมเจตนาที่ท่านตั้งไว้

หลวงปู่เขียนท่านปรารภถึงชีวิตของท่านขณะเป็นพระอยู่ในเมือง ไว้อย่างน่าสนใจว่า

“ชีวิตวันหนึ่งคืนหนึ่ง รู้สึกว่าจะน้อยมากสำหรับที่จะทำความพากเพียร ไม่เพียงพอเลย วันหนึ่งๆ มีแต่ต้อนรับผู้คน พูดคุยเรื่องราวต่างๆ เสียเวลาทำความเพียร เป็นการทำชีวิตให้เป็นหมัน เพราะเรื่องที่พูดนั้นเป็นเรื่องข้างนอกทั้งนั้น นอกจากนั้นยังเป็นการคลุกคลีด้วยหมู่คณะจนเกินไป อันเป็นทางให้เกิดความประมาทเป็น “ปปัญจธรรม” คือธรรมอันเป็นเหตุให้เนิ่นช้าในคุณธรรมอันยิ่งขึ้นไป หลงตัวลืมตัวมัวเมามืดมนอนธการ คิดๆ ดูแล้วก็สงสารหมู่คณะที่อยู่ในเมือง ถ้าจะให้เรากลับมาอยู่ในเมืองอีก ให้ตายเสียยังจะดีกว่า เพราะรู้สึกอึดอัดคับแค้นใจมาก ฟังคิด พิจารณา เกิดมากี่ภพกี่ชาติจึงจะมีโอกาสงามสำหรับการาบำเพ็ญสมณธรรมเช่นชาตินี้ “ทุลฺลภขณ สมฺปตฺติ” สมณศักดิ์ ตำแหน่ง ห้ามอบายภูมิไม่ได้ แต่คุณความดี และศีล สมาธิ ปัญญาเท่านั้น ที่ห้ามอบายภูมิได้”

๏ คุณแม่ชีแก้ว เสียงล้ำ ทำนายหลวงปู่เขียน ฐิตสีโล

ในสมัยที่หลวงปู่เขียนออกฝึกหัดปฏิบัติอยู่กับท่านพระอาจารย์มั่นนั้น ท่านเล่าว่า มีแม่ชีอยู่คนหนึ่งชื่อ แม่ชีแก้ว เสียงล้ำ ซึ่งแม่ชีผู้นี้ท่านพระอาจารย์มั่นกล่าวว่า เป็นผู้ที่มีธรรมะ เป็นผู้ประพฤติดีปฏิบัติชอบ ได้ทำนายท่านไว้ว่า

“ท่านมหาบวชมาแล้วชาตินี้เป็นชาติที่ ๓ และจะอยู่ในเพศบรรพชิตนี้ตลอดไปจะไม่สึก ชาติที่บวชครั้งแรกนั้นท่านมหาบวชเป็นสามเณรอายุได้ ๑๗ ปี ก็สึก ชาติต่อมาก็บวชเป็นสามเณรอีกอายุได้ ๑๙ ปี ย่างเข้า ๒๐ ปี แต่ยังไม่ได้บวชเป็นพระก็สึกอีก ชาตินี้เป็นชาติที่ ๓ และได้บวชเป็นพระอีก ทั้งจะอยู่ต่อไปได้ตลอดจะไม่ลาสิกขาออกไปเป็นฆราวาส จะอยู่ในเพศพรหมจรรย์ตลอดไป”

หลวงปู่ก็พูดว่า “ถ้าหากอาตมาอยากจะสึกจะทำอย่างไร คืออยากสึกมากๆ อดไม่อยู่แล้วก็สึกไป”

คุณแม่ก็กล่าวว่า “ไม่เป็นเช่นนั้น ถึงแม้ว่าท่านมหาจะอยากสึกอย่างไรก็ตาม แต่สำหรับชาตินี้แล้ว ท่านมหาจะต้องอยู่ในเพศพรหมจรรย์นี้ตลอดไป ไม่สึกแน่นอน”

หลวงปู่กล่าวว่า “ก็ได้แต่รับฟังไว้ คอยสังเกตดูตัวเองอยู่ตลอดมา” (ฐิตสีลานุสรณ์ หน้า ๒๗)

๏ การมรณภาพ

ต่อมาหลวงปู่เขียนได้ลาออกจากตำแหน่งหน้าที่บริหารงานคณะสงฆ์ คือ ตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสุทธจินดา และตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา แล้วออกธุดงค์กัมมัฏฐานอย่างจริงจังอยู่ในป่าในถ้ำ จนเป็นที่พอแก่กาลแล้ว จึงกลับมาสู่มาตุภูมิและสร้างวัดรังสีปาลิวันในปัจจุบัน เพื่อนำพาพระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา และประชาชนทั่วไป ศึกษาธรรมและประพฤติธรรมจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต

วันที่ ๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๒๗ เมื่ออายุ ๗๑ ปี ท่านป่วยเป็นอัมพาตและเส้นโลหิตในสมองแตก ทำให้ประสาทสมองบางส่วนต้องสูญเสียไป ผลก็คือพูดออกมาไม่เป็นคำพูด ฟังยาก แขนขาซีกขวาไม่ทำงาน ช่วยตัวเองไม่ได้ประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านป่วยอยู่นานถึง ๑๙ ปี ลูกศิษย์ใกล้ชิดช่วยกันสับเปลี่ยนดูแลพยาบาลมาโดยสม่ำเสมอ ๓ ปีพรรษาสุดท้ายแห่งการอาพาธ ท่านต้องอยู่ที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ตลอด เมื่อคณะแพทย์เห็นว่าสุดวิสัยที่จะช่วยพยุงธาตุขันธ์ให้ดำรงอยู่ต่อไป จึงนิมนต์ท่านกลับวัดรังสีปาลิวัน กระทั่งท่านได้ละสังขารด้วยอาการสงบ เมื่อวันพุธที่ ๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๖ เวลา ๒๐.๒๕ น. สิริรวมอายุได้ ๙๐ พรรษา ๖๘

ในวันรุ่งขึ้น วันพฤหัสบดีที่ ๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๖ เวลา ๑๑.๓๐ น. หลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน ได้เดินทางมายังวัดรังสีปาลิวัน จ.กาฬสินธุ์ และได้ปรารภถึงหลวงปู่เขียน ว่า “...สนิทสนมกันถึงขนาดว่าเป็นเสี่ยวกันนั่นแหละ ตั้งแต่เรียนหนังสืออยู่ด้วยกัน ติดพันกันมาตั้งแต่โน้นนะ ที่ได้ห่างกันก็ตอนเราออกปฏิบัติ ท่านก็ออกมาจากเจ้าคณะจังหวัดมาอยู่ทางนี้นะ ทีนี้ห่างกันตรงนี้ ทางร่างกายนะ ความเคลื่อนไหวไปมาไม่ค่อยได้พบกัน แต่ทางด้านจิตใจนะมันสนิทสนมกันมาตลอดนะ เป็นอย่างนั้น บางทีคนทั้งหลายก็จะไม่ทราบว่าเป็นอะไรกันกับเรา เป็นเพื่อนสนิทสนมกันกับเรา เป็นเสี่ยวกันนั่นแหละ...”

ทั้งนี้ หลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน ได้มีเมตตานุเคราะห์เป็นอเนกประการ นับแต่เป็นประธานสรงน้ำศพ เมื่อวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๖, เป็นประธานจัดงานจัดงานประชุมเพลิงศพ แสดงพระธรรมเทศนา และรับผ้าป่าช่วยชาติ เมื่อวันที่ ๑๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ และเป็นประธานวางศิลาฤกษ์เจดีย์พิพิธภัณฑ์ฯ แสดงพระธรรมเทศนา และรับผ้าป่าช่วยชาติในงานวันทำบุญครบ ๑ ปีแห่งการมรณภาพ เมื่อวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๗

๏ พระบรมธาตุเจดีย์ฐิตสีลมหาเถรานุสรณ์

คณะศิษยานุศิษย์และพุทธศาสนิกชนทั่วไปได้เห็นข้อวัตรปฏิปทาอันงดงาม หนักแน่นมั่งคงในหลักพระธรรมวินัย เป็นผู้มักน้อยสันโดษ มีปกติอยู่ในป่าของหลวงปู่พระอริยเวที (เขียน ฐิตสีโล) จึงพร้อมใจกันเพื่อจะจัดสร้าง “พระบรมธาตุเจดีย์ฐิตสีลมหาเถรานุสรณ์” ขึ้นเมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๘ โดยการนำพาของ พระอาจารย์บุญมี ธมฺมรโต เจ้าอาวาสวัดป่าศรัทธาถวาย (วัดถ้ำเต่า) ต.หนองอ้อ อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี (ท่านเคยอยู่จำพรรษา ณ วัดรังสีปาลิวัน กับหลวงปู่เขียน ฐิตสีโล ประมาณ ๑๐ กว่าปี และ ณ วัดป่าบ้านตาด ต.บ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี กับหลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน ประมาณ ๑๐ กว่าปีเช่นกัน) และ พระครูสันติธรรมประภาส (สงบ สุปภาโส) เจ้าอาวาสวัดรังสีปาลิวันรูปปัจจุบัน ทั้งนี้ ด้วยความอุปถัมภ์ของพระธรรมวิสุทธิมงคล (หลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน) โดยมีวัตถุประสงค์ในการจัดสร้างขึ้นเพื่อการดังนี้

(๑) เป็นปูชนียสถานบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งประทานโดยเจ้าประคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช (เจริญ สุวฑฺฒโน), พระอรหันตธาตุ, อัฐิธาตุของพระบุรพาจารย์กรรมฐานสายพระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโล-พระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต และอัฐิธาตุของหลวงปู่พระอริยเวที (เขียน ฐิตสีโล) เป็นต้น

(๒) เป็นเจติยานุสรณ์แด่หลวงปู่พระอริยเวที (เขียน ฐิตสีโล) อดีตเจ้าอาวาสวัดรังสีปาลิวัน

(๓) เป็นพิพิธภัณฑ์จัดเก็บอัฐบริขาร ชีวประวัติของหลวงปู่พระอริยเวที (เขียน ฐิตสีโล) และชีวประวัติของพระบูรพาจารย์สายกัมมัฏฐาน ทั้งนี้ เพื่อเป็นศาสนสถานที่กราบไหว้ สักการบูชา ที่ศึกษาค้นคว้า ยึดถือเป็นทิฏฐานุคติ แล้วน้อมนำไปปฏิบัติของพุทธศาสนิกชน เป็นการสืบทอดอายุพระพุทธศาสนา อันเป็นบุญกุศลที่ยิ่งใหญ่ และจะยังหิตานุหิตประโยชน์แก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลายตลอดกัลปาวสาน


๏ กำหนดการงานพิธีฉลองพระบรมธาตุเจดีย์ฯ

หลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน เป็นประธานสำหรับพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พิธีเปิดและฉลองพระบรมธาตุเจดีย์ฐิตสีลมหาเถรานุสรณ์ ณ วัดรังสีปาลิวัน จ.กาฬสินธุ์ ในวันที่ ๓-๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๐

วันเสาร์ที่ ๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๐๗.๓๐-๑๘.๓๐ น. พ่อแม่ครูบาอาจารย์ พระภิกษุสามเณรออกรับบิณฑบาตในวัด ถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์ พิธีบวชชีพราหมณ์ หลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน แสดงพระธรรมเทศนา และถวายผ้าป่า

วันอาทิตย์ที่ ๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๐ เวลา ๐๗.๓๐-๐๙.๓๐ น. พ่อแม่ครูบาอาจารย์ พระภิกษุสามเณรออกรับบิณฑบาตในวัด ถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์ หลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน เป็นประธานบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และแสดงพระธรรมเทศนา เป็นเสร็จพิธี

รวบรวมและคัดลอกเนื้อหามาจาก ::
(๑) หนังสือพิมพ์ข่าวสด หน้า ๓๑ คอลัมน์ อริยะโลกที่ ๖
วันที่ ๐๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๐ ปีที่ ๑๖ ฉบับที่ ๕๙๑๐
(๒) หนังสือฐิตสีลานุสรณ์ หน้า ๒๗
(๓) หนังสือพระธุตังคเจดีย์ เจดีย์แห่งพระอรหันต์
วัดอโศการาม ต.ท้ายบ้าน อ.เมือง จ.สมุทรปราการ
♥ ขอขอบพระคุณที่มาของรูปภาพ ::
เว็บไซต์ http://www.livekalasin.com/
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=13&t=19528

ความคิดเห็น

เนื้อหาที่ได้รับความนิยมในรอบ 1 เดือน :

เหรียญหล่อพระพุทธชินราช หลวงปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ำกลองเพล จังหวัดหนองบัวลำภู ปี 2517

เหรียญหล่อพระพุทธชินราช หลวงปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ำกลองเพล จังหวัดหนองบัวลำภู ปี 2517 #เหรียญพระพุทธชินราช #ชุบนิเกิ้ล พระสวย จมูกโด่งๆ แชมป์ๆหายากครับ หลวงปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ำกลองเพล จ.หนองบัวลำภู พ.ศ.๒๕๑๗ #ซีรี่ยอดนิยม  เหรียญพระพุทธชินราช เป็นอีกรุ่น ที่สายตรงตามหา รูปแบบสวย เจตนาในการสร้างบริสุทธิ์ ดีนอก ดีใน  สุดยอดของดีที่น่าใช้สุดๆ พุทธคุณเด่นด้าน '"เมตตาดีเป็นเลิศ" #พระอรหันแห่งถ้ำกลองเพล #พระดีพิธีดี สุดยอดของดีที่ไม่ควรมองข้าม ปัจจุบันเริ่มหายากไม่ค่อยมีหมุนเวียนพบเจอน้อย ควรค่าแก่การเก็บสะสมบูชาครับ "นับเป็นของดีที่หายากมากๆ” "งดงามด้วยพุทธศิลป์ เข้มขลังด้วยพุทธคุณ" #ประสบการณ์มีให้พบเห็นอยู่บ่อยครั้ง #พุทธคุณครบครอบรอบด้านทำมาค้าขึ้นเมตตาค้าขายแคล้วคลาดปลอดภัยหน้าสะสมบูชาครับ🙏🙏🙏 https://www.facebook.com/YutBonsaiMukdahan

ประวัติและปฏิปทา หลวงปู่คำน้อย จิตฺตคุตฺโต วัดถ้ำภูกำพร้า (วัดภูกำพร้า) จังหวัดมุกดาหาร

ประวัติและปฏิปทา หลวงปู่คำน้อย จิตฺตคุตฺโต วัดภูกำพร้า อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร เกิด ไม่ทราบ มรณภาพ พ.ศ.2548 อายุ ไม่ทราบ (ว่ากันว่า 200 กว่าปี) พรรษา ไม่ทราบ สำหรับหลวงปู่คำน้อย ว่ากันว่าท่านมีถึงอายุ 238 ปี ท่านพำนักอยู่ วัดถ้ำภูกำพร้า อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ตั้งแต่ท่าน อายุได้ 100 กว่าปี ท่านก็สามารถนั่งสมาธิถอดจิต ไปเที่ยว สวรรค์ - นรก และ บางคนเชื่อว่าท่านคือเณรคำผู้มีฤทธิ์จากภูเขาควายเมืองลาว ท่านเป็นพระใจดี สำหรับอายุของท่านเท่าที่ถามจากคนเฒ่าคนแก่ในละแวกนั้น เขาก็ว่าเกิดมาก็เห็นหลวงปู่แล้วจนเขามีอายุถึงแปดสิบเก้าสิบ หลวงปู่คำน้อยก็ยังคงอยู่ในสภาพเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง และเมื่อสอบถามจากหลวงปู่คำน้อยก็ได้คำตอบเหมือนที่ใครๆได้รับรู้จากวาจา ท่านเองคือเปลี่ยนฟันมาสองรอบแล้ว รอบละ 120 ปี เลยอนุมานเอาว่าช่วงนั้นหลวงปู่น่าจะอายุประมาณ 200 กว่า ปี อายุใกล้เคียงกับกรุงเทพมหานคร ก็เลยสันนิษฐานเอาว่าหลวงปู่น่าจะเกิดในสมัยรัชกาลที่ 1 ครับ ปัจจุบันท่านมรณภาพไปแล้วครับ ประมาณปี 2548

สมเด็จพระธาตุพนม (พระสมเด็จธาตุพนม) วัดพระธาตุพนม จังหวัดนครพนม ปี 2518

สมเด็จพระธาตุพนม (พระสมเด็จธาตุพนม) วัดพระธาตุพนม จังหวัดนครพนม ปี 2518 พระสมเด็จพระธาตุพนม  #เนื้อผงผสมอิฐพระธาตุ สภาพสวยสมบูรณ์ไม่บิ่นไม่ลานเดิมๆหายากครับ สมเด็จพระธาตุพนม วัดพระธาตุพนม จ.นครพนม พ.ศ.๒๕๑๘ "พระธาตุพนม"เจดีย์แห่งนี้บรรจุพระอุรังคธาตุ(กระดูกหน้าอก)พระพุทธเจ้า "พิธีสมโภชน์ครั้งนี้"ในหลวง ร.๙ เสด็จ เป็นองค์ประธาน ในการบูรณะปฎิสังขรณ์ พร้อมด้วยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ในหลวง ร.๑๐  "พระดีพิธีใหญ่มาก"เกจิสายพระกรรมฐานมาร่วมงานมากมายหลายท่านครับผม พระสภาพสวยสมบูรณ์ หายาก มากครับผม ควรค่าแก่การเก็บสะสมไว้บูชาครับ #พระธาตุพนมพระธาตุศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของไทย "นับเป็นของดีที่หายากมากๆ” "งดงามด้วยพุทธศิลป์ เข้มขลังด้วยพุทธคุณ" #ประสบการณ์มีให้พบเห็นอยู่บ่อยครั้ง #พุทธคุณครบครอบรอบด้านทำมาค้าขึ้นเมตตาค้าขายแคล้วคลาดปลอดภัยหน้าสะสมบูชาครับ🙏🙏🙏 https://www.facebook.com/YutBonsaiMukdahan

ประวัติและปฏิปทา หลวงปู่วิเวียร ฐิตปุญฺโญ วัดดวงแข กรุงเทพมหานคร

ประวัติและปฏิปทา พระวิมลธรรมภาณ (หลวงปู่วิเวียร ฐิตปุญฺโญ) พระวิมลธรรมภาณ (หลวงปู่วิเวียร ฐิตปุญญเถร บุญมาก) วัดดวงแข กรุงเทพมหานคร หลวงปู่วิเวียร เกิดวันที่ 9 พฤศจิกายน 2464 บรรพชาเป็นสามเณร วันที่ 9 กรกฎาคม 2482 อุปสมบทเป็นพระภิกษุสงฆ์ พ.ศ. 2484 เป็นพระที่มีความเชี่ยวชาญด้านสมถะและวิปัสสนาอย่างมาก ท่านเป็นพระอาจารย์สอนกัมมัฏฐานต่อผู้ใคร่ศึกษา อาจารย์ของท่านประกอบด้วย พระอาจารย์สิงห์ ขันตยาคโม วัดป่าสาลวัน (ลูกศิษย์องค์สำคัญของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต) หลวงพ่อโด่ วัดนามะตูม จังหวัดชลบุรี หลวงพ่ออยู่ วัดบ้านแก่ง จังหวัดนครสวรรค์ (ศิษย์ของหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า จังหวัดชัยนาท,หลวงปู่เฮง คงฺคสุวณฺโณ วัดเขาดิน จังหวัดนครสวรรค์ และหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ จังหวัดนครสวรรค์) วัตถุมงคลที่ท่านอธิฏฐานจิตมีพุทธานุภาพและกฤดาภินิหารอย่างน่าอัศจรรย์ เป็นที่ต้องการของบรรดาลูกศิษย์และผู้นิยมพระเครื่อง หลวงปู่วิเวียร ฐิตปุญญเถร (บุญมาก) ละสังขาร เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2537 เวลา 4 ทุ่มตรง รวมสิริอายุได้ 73 ปี พรรษา 53 การเข้าสู่เส้นทางวิปัสสนากัมมัฎฐานและพระเวทย์วิทยาคม พระวิมลธรรมภาณ ...

ประวัติหลวงพ่อกุหลาบ พุทฺธโชติ หรือ หลวงพ่อกุหลาบ วัดบางเป้ง

ประวัติหลวงพ่อกุหลาบ พุทฺธโชติ หรือ หลวงพ่อกุหลาบ วัดบางเป้ง พระครูพรหมจริยาธิมุตต์ (หลวงพ่อกุหลาบ พุทฺธโชติ) หรือ หลวงพ่อหลาบ วัดบางเป้ง อดีตเจ้าอาวาสวัดบางเป้ง และอดีตเจ้าคณะอำเภอศรีราชา ท่านเป็นเกจิดังของตำบลแสนสุข อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี ท่านพัฒนาวัดบางเป้งจนมีความรุ่งเรือง ท่านเป็นพระที่มีเมตตาสูง ใครมาขอความช่วยเหลือจากท่านท่านก็ช่วยเหลือมิไม่ได้ขาด ท่านเป็นพระเกจิที่ชาวบางแสนให้ความเคารพอย่างมาก และท่านยังให้ความสำคัญของการศึกษาท่านได้สร้างโรงเรียนวัดบางเป้ง (กุหลาบราษฎร์อำนวยวิทย์) ขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2509 เป็นต้น ประวัติและสถานะเดิม พระครูพรหมจริยาธิมุตต์ ท่านมีนามเดิมว่า " กุหลาบ " นามสกุล " อุ่นจิตร หรือ อุ่นจิตต์ (ไม่แน่ใจว่าเขียนแบบไหนครับ) " เกิดเมื่อวันอังคาร ขึ้น 9 ค่ำ เดือนยี่ ตรงกับวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2431 บิดาชื่อ นายช้อน มารดาชื่อ นางเจียก อุ่นจิตร ท่านเกิด ณ หมู่ที่ 1 บ้านตำบลแสนสุข อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี (บริเวณสถานีดับเพลิง ต.แสนสุข) ท่านมีพี่น้องร่วมบิดามารดาจำนวน 5 คน หลวงพ่อกุหลาบเป็นบุตรคนสุดท้อง ดังนี้ พระอธิการอั...

#001 พระนางพญา พิมพ์สังฆาฏิ รุ่นแรก หลวงปู่โต๊ะ อินทสุวัณโณ วัดประดู่ฉิมพลี กรุงเทพมหานคร

พระนางพญา พิมพ์สังฆาฏิ รุ่นแรก หลวงปู่โต๊ะ อินทสุวัณโณ วัดประดู่ฉิมพลี กรุงเทพมหานคร ตัวอย่างองค์ที่ 001 พระนางพญาเนื้อดิน หลวงปู่โต๊ะ มี 4 พิมพ์ 1. พิมพ์มีหน้ามีตา 2. พิมพ์เทวดา 3. พิมพ์อกนูน 4. พิมพ์สังฆาฏิ พระราชสังวราภิมณฑ์ (หลวงปู่โต๊ะ อินฺทสุวณฺโณ) เป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดประดู่ฉิมพลี เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร หลวงปู่โต๊ะ อินทสุวัณโณ เป็นพระคณาจารย์ที่รู้จักกันดี ด้วยวัตรอันปฏิบัติอันงดงามเป็นที่เคารพศรัทธาของชาวพุทธทุกชนชั้น ท่านถึงพร้อมด้วยบุญบารมีและอิทธิบารมี พระเครื่องของท่านมีปาฏิหาริย์ศักดิ์สิทธิ์ มีประสบการณ์เล่าขานมากมายจากเหนือจดใต้ทั่วประเทศไทย จนกลายเป็นพระหลักยอดนิยมของเมืองไทย รูปภาพจาก เว็บ-พระ.คอม

ประวัติหลวงปู่หมุน ฐิตสีโล วัดบ้านจาน อมตะเถระ ๕ แผ่นดิน อายุ ๑๐๙ ปี

หลวงปู่หมุน ฐิตสีโล " ตัวกูลูกพระพุทธองค์ ครูสิทธิ์ ครูธงค์ องอาจไม่ประมาทครู พบรอยก้มดู เจอครูกราบไหว้ " อิมะมะมามา อิมะมะมามา อิมะมะมามา อิมะมะมามา อิมะมะมามา อิมะมะมามา อิมะมะมามา ผู้เขียน : ClubMahaAud(73) * วาจาสิทธิ์ของหลวงปู่หมุน ที่ได้กล่าวไว้ก่อนละสังขาร ซึ่งลูกศิษย์และชาวบ้านต่างจดจำได้ติดหู คือ " ของๆฉันสร้างเองกับมือ ใครมีไว้บูชาจะ หมุนโชคหมุนลาภ ทำมาค้าขึ้น ไม่มีวันจน ประกอบสัมมาอาชีพใดก็รุ่งเรือง เจริญลาภยศสรรเสริญ จะมีชื่อเสียงหอมขจรขจาย ขอให้เป็นคนดี คิดดี ทำดี ละเว้นชั่ว คุณพระจะรักษา เทวดาจะคุ้มครอง แม้นว่าฉันจะตายไป ของๆ ฉันจะขลังกว่านี้อีกหลายๆเท่า น้ำลาย ไอปาก ลมปราณที่ประจุลงไป ด้วยพลังจิตอันเข้มขลังของฉัน ย่อมเป็น หนึ่งบ่เป็นสอง ครบเครื่องเป็นองค์พระ ที่ดีทั้งนอก ดีทั้งใน ฝากไว้ในแผ่นดิน ให้เลื่องชื่อลือนาม ลือเรื่องถึงเมืองแมน " # หลวงปู่หมุน ท่านกำเนิดเมื่อ พศ.2437-2546 อายุยืนถึง 109 ปี พระเครื่องของท่านออกมา ช่วงบั้นปลายชีวิต ในปีพศ.2542-45 จึงดูเหมือนเป็นพระเครื่องใหม่ อายุพระไม่เกิน10ปี ความนิยมในท้องตลาดพระเครื่อง ยังมีไม่มา...

ประวัติหลวงปูสอ ขันติโก วัดโพธิ์ศรี จังหวัดนครพนม

ประวัติหลวงปูสอ ขันติโก หลวงปู่สอ ขันติโก ท่านมีนามเดิมว่า สอ แก้วดี ท่านเกิดในตระกูลชาวนา เกิดเมื่อวันจันทร์ ปีมะเส็ง พ.ศ. 2448 ตามคำบอกเล่าของหลวงปู่ หลานแท้ๆ (ลูกของคุณยายเฮียง) และชาวบ้านที่บอกว่าในใบสุทธินั้นระบุวันเดือนปีเกิดและวันที่อุปสมบทคลาดเคลื่อนไป โดยระบุว่า เกิดวันที่ 20 พฤษาคม 2460 คลาดไป 12 ปี เพราะแม่ของหลวงปู่แจ้งเกิดให้ท่านช้าไปมากและไม่ได้นำเข้าทะเบียนราษฏร์ เนื่องด้วยท่านติดตามหลวงปู่สีทัตถ์ไปตั้งแต่ยังเด็ก ซึ่งจริงๆแล้วท่านเกิดปี 2448 วันที่อุปสมบทจาก 2480 เป็น 2512 ( 16 ก.พ. 2512 ) เนื้องด้วยเป็นใบที่ใช้ยืนยันตัวตนของท่านซึ่งขอทำในวันเวลาดังกล่าว บิดาชื่อ คุณพ่อเพ็ง เป็นชาวลาว มารดาชื่อ คุณแม่จันทร์ แม่พี่น้องร่วมกันอยู่ 6 คน 1. นายสุ เพียมา เสียชีวิตแล้ว 2. หลวงปู่สอ ขันติโก 3. นายสาน บุญรักษา เสียชีวิตแล้ว - พี่น้องต่างบิดาอีก 3 คน 4. นางจูม กัณหา เสียชีวิตแล้ว 5. นางเจียง รามศรี เสียชีวิตแล้ว 6. นางเฮียง รามศรี เสียชีวิตแล้ว เมื่อแรกเกิดหลวงปู่ท่านเล่าให้ฟังว่า แม่ของท่านบอกว่าตอนหลวงปู่เกิด สายรกพันคอ จะได้บวชเป็นแน่ พอเมื่อหลวงปู่ท่านยังเด็ก...

ประวัติและปฏิปทา หลวงพ่ออี๋ พุทธสโร วัดสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

ประวัติและปฏิปทา พระครูวรเวทมุนี (อี๋ พุทธสโร) พระครูวรเวทมุนี หรือ หลวงพ่ออี๋ พุทธสโร ท่านเป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ท่านเป็นที่พึ่งในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งตรงกับสมัยรัชกาลที่ 8 ของไทย อาจมีคนที่ยังไม่ลืมภาพอดีตนั้น ภาพของหลวงพ่ออี๋ที่ยกผ้าเหลืองโบกไปโบกมา พร้อมทั้งยืนบริกรรมพระคาถาอย่างสงบนิ่ง ลูกระเบิดที่หย่อนมาจากเครื่องบินฝ่ายสัมพันธมิตรหมายถล่มตลาดและฐานทัพเรือให้ราบเป็นจุล กลับเบี่ยงเบนปลิวไปตกในทะเลจนหมดสิ้น ไม่อาจทำลายฐานทัพเรือและชีวิตของประชาชนชาวอำเภอสัตหีบได้ นับแต่นั้นมาหลวงพ่ออี๋จึงได้รับการกล่าวนามถึงในความเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์ ช่วยรักษาชีวิตให้รอดปลอดภัยกันถ้วนหน้า ประวัติ พระวรเวทมุนี (หลวงพ่ออี๋ พุทธสโร) หรือปรากฏรนามที่รู้ทั่วๆไปว่า หลวงพ่ออี๋ เพราะท่านชื่อ " อี๋ " มาตั้งแต่แรก นามสกุล " ทองขำ " ท่านเกิดเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2408 ตรากับวันอาทิตย์ขึ้น 11 ค่ำ เดือน 11 ปีฉลู ตรงกับปลายรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นบุตรของนายขำ และนางเอียง ทองขำ ที่บ้านตำบลสัตหีบ กิ่งอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เมื่...

ประวัติหลวงปู่หมุน ฐิตสีโล อมตะเถระ ๕ แผ่นดิน วัดบ้านจาน

ประวัติหลวงปู่หมุน ฐิตสีโล อมตะเถระ ๕ แผ่นดิน วัดบ้านจาน จังหวัดศรีสะเกษ ชาติภูมิและอุปสมบท หลวง ปู่หมุน ฐิตสีโส เกิดในสกุล" ศรีสงคราม"หรือ " แก้วปักปิ่น" ถือกำเนิดเมื่อ วันพฤหัสบดี เดือน 5 ปีชวด พ.ศ. ๒๔๓๗ ณ บ้านจาน อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ บิดา ชื่อ "ดี "มารดาชื่อ " อั๊ว " มีอาชีพทำไร่ทำนา เป็นเด็กยากจน แต่มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด ต่อมาบิดามารดาเห็นแววทางด้านพระพุทธศาสนา จึงให้บรรพชาเป็นสามเณรเมื่ออายุ ๑๔ ปี และนำไปฝากกับพระอาจารย์สีดาเจ้าอาวาสวัดบ้านจาน ซึ่งเป็นพระที่เชี่ยวชาญด้านกรรมฐานและมีวิชาอาคมที่เก่งมาก ในปี ๒๔๖๐ ขณะอายุได้ ๒๓ ปีได้เข้าอุปสมบทโดยมีหลวงพ่อสีดา เป็นพระอุปัชฌาชย์รับฉายาว่า " ฐิตสีโล " แปลว่า " ผู้มีศีลตั้งมั่น "จากนั้นได้ศึกษาวิชาความรู้จากครูบาอาจารย์ต่าง ๆ ในแถบนั้นเป็นเวลา ๔ ปี ก่อนออกแสวงหาครูบาอาจารย์อื่นๆ เพื่อศึกษาคันธธุระและวิปัสสนาธุระในชั้นที่สูงๆ ขึ้นไป ปี พ.ศ.๒๔๖๔ หลวงปู่หมุน เริ่มออกศึกษาแสวงหาประสบการณ์โดยได้ร่ำเรียนทั้งเวทย์วิทยา และสมถกรรมฐานจากครูบาอาจารย์หลายสำนัก การเดินทางในสมัยนั้นเป็...