ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

พระครูสุนทรวิริยคุณ หรือ หลวงปู่บุญมี สุธมฺโม วัดอุดมผลหนองไผ่ จังหวัดกาฬสินธุ์

ประวัติ หลวงปู่บุญมี วัดอุดมผลหนองไผ่ (กาฬสินธุ์)
      "พระครูสุนทรวิริยคุณ" (บุญมี สุธมฺโม) วัดอุดมผลหนองไผ่ จ.กาฬสินธุ์ หลวงปู่ท่านถือกำเนิดเมื่อวันที่ ๑๗ กันยายน ปี พ.ศ.๒๔๖๖ นามเดิมท่านชื่อ (บุญมี เสียสี) ณ หมู่บ้านดอนขี ต.อิตื้อ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ โยมบิดาท่านชื่อ นายที โยมมารดาท่านชื่อ นางจวน สกุล "เสียสี" ครอบครัวท่านมีอาชีพทำไร่ทำนา ท่านเป็นบุตรคนที่ ๒ ในจำนวนพี่น้องทั้งหมด ๕ คน 

      หลวงปู่ในวัยเยาว์ ท่านได้เข้าเรียนโรงเรียน ประชาบาลที่โรงเรียนยางคำวิทยา ต.อิตื้อ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ จนสำเร็จการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่๔ เมื่อปี พ.ศ.๒๔๗๘ หลังเรียนจบ ท่านต้องช่วยครอบครัวทำไรทำนาตามแบบวิถีชีวิตของชาวอีสานทั่วๆไป ด้วยอุปนิสัยค่อนข้างที่จะเป็นเสือนักเลง จึงมักพูดจาโผงผาง ตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อม เป็นคนตรงๆ เป็นที่รู้จักชื่อเสียงเรียงนามของคนในยุคสมัยนั้นในนามเสือนักเลง ด้วยมูลเหตุเป็นเสือนักเลงจึงทำให้ท่านต้องแสวงศึกษาวิชาอาคมตั่งแต่ยังเล็ก

      ครั้นเมื่อถึง วันที่ ๓๐ มีนาคม ปี พ.ศ.๒๔๘๖ เมื่อท่านอายุครบบวช ท่านจึึงตัดสินใจ หันหลังจากทางโลก มุ่งสู่ทางธรรมตามแนวพระตถาคต ได้เข้าพิธีอุปสมบทที่ (วัดสวนพร้าวดงบัง) โดยมี "พระครูญาณกิจวิชัย"(หลวงปู่สน) วัดสวนพร้าวดงบัง เป็นพระอุปัชฌาย์ (พระอธิการญาครูจูม อินทโชโต) วัดสว่างหัวนาคำ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ (พระอธิการญาครูมาก ธัมจักโก) วัดสระบัวโพนสิม เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาทางธรรมว่า "สุธัมโม" 

      หลังการอุปสมบทแล้ว ท่านได้ศึกษากัมมัฏฐาน ข้อวัตรปฏิบัติกับพระอุปัชฌาย์ของท่าน อยู่ระยะหนึ่ง หลังจากนั้นท่านได้เดินทางไปร่ำเรียนสรรพวิชาคาถาอาคมต่างๆกับหลายครูบาอาจารย์ทั้งพระสงฆ์และฆราวาส อาทิ (พ่อธรรมใหญ่จันทบาล) แห่งบ้านนาดี ต.อีตื้อ (ปัจจุบัน ต.หัวนาคำ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์) หมอธรรมผู้เฒ่าอันมีความขมังเวทในสมัยนั้น ผู้เป็นบรมครูสายวิชาธรรมเก้าโกฏิ รวมถึงไปขอร่ำเรียนวิชาอาคมจาก (หลวงปู่ศรีธรรมศาสน์) วัดใต้โกสุม แห่งเมืองมหาสารคาม จากนั้นก็เดินธุดงค์เพื่อแสวงหาครูบาอาจารย์อีกหลายท่านไปจนถึงภูลังกา ภูเขาควาย ในประเทศลาวจนได้สืบทอดสัพวิทยาสายหลวงปู่สมเด็จลุน แห่งเมืองจำปาสัก จากลูกศิษย์ท่านที่ได้เรียนมาจากเมืองอุบลราชธานี ทำให้ท่านเชี่ยวชาญอักขระเลขยันต์ตัวอักษรธรรมลาว ตัวอักษรธรรมขอมเป็นอย่างดี รวมไปถึงท่านก็พอจะชำนาญสรรพวิชาอาคมและอักขระเลขยันต์มาแต่ครั้งเก่าก่อน ก่อนท่านจะออกบวชมาพอสมควรอยู่แล้ว

      ครั้นเมื่อท่านมาจำพรรษาอยู่ที่วัดบ้านดอนขี ซึ่งเป็นบ้านเกิดของท่าน เมื่อปี พ.ศ.๒๔๙๐ จนได้รับตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาส ในสมัยที่ท่านเป็นสมภารวัดบ้านดอนขีนั้น ท่านก็ได้สำเร็จในวิชามนต์ตัน จนปืนแตก (เป็นมนต์ที่ลงของ เสกของ อักขระเลขยันต์เป็นมหาอุดนักเลง) ในขณะนั้นท่านบวชได้ ๕ พรรษา พ.ศ.๒๔๙๑ หลังจากเป็นเจ้าอาวาสวัดบ้านดอนขีนั้น ทางหมู่บ้านหนองไผ่ ได้มาขอนิมนต์ท่านไปดำรงณ์ตำแหน่ง เจ้าอาวาสวัดอุดมผลหนองไผ่ หลังจากสมภารเดิมได้ลาสิกขาไป ท่านจึงรับนิมนต์มาเป็นเจ้าอาวาสแทน

ลำดับ สมณศักดิ์ที่ได้รับ
   พ.ศ.๒๕๑๑ ได้รับพระราชทานสมศักดิ์พระครูสัญญาบัตรเจ้าคณะตำบลชั้นตรีในพระราชทินนามที่ พระครูสุนทรวิริยคุณ
   พ.ศ.๒๕๑๖ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมศักดิ์พระครูสัญญาบัตรเจ้าคณะตำบลชั้นโทในพระราชทินนามเดิม
   พ.ศ.๒๕๔๒ได้รับพระราชทานเลื่อนสมศักดิ์พระครูสัญญาบัตรเจ้าคณะตำบลชั้นเอกในพระราชทินนามเดิม

ลำดับ งานปกครองคณะสงฆ์
   พ.ศ.๒๔๙๐ ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบ้านดอนขี ต.อิตื้อ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์
พ.ศ.-ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดอุดมผลหนองไผ่ ต.อิตื้อ (ปัจจุบัน ต.โนนสูง) อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์
   พ.ศ.๒๕๐๔ เป็นเจ้าคณะตำบลอิตื้อเขต ๑ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์
   พ.ศ.๒๕๐๙ เป็นพระอุปัชฌาย์
   พ.ศ.๒๕๑๐ ได้รับการแต่งตั้งเป็นพระธรรมทูตประจำอำเภอยางตลาด
   พ.ศ.๒๕๑๔ ได้รับการแต่งตั้งเป็นครูสอนพระปริยัติธรรม
   พ.ศ.๒๕๓๕ ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการตรวจข้อสอบนักธรรมสนามหลวง
   พ.ศ.๒๕๓๖ เป็นกรรมการควบคุมสอบนักธรรมสนามหลวงประจำอำเภอยางตลาด

      ปี พ.ศ.๒๕๓๘ ระหว่างวันที่ ๑๐-๒๐ กุมภาพันธ์ ท่านได้ร่วมเดินทางไปกิจการพระพุทธศาสนาที่ประเทศอินเดียนำโดย (ท่านเจ้าคุณพระกิตติญาณโสภณ) หัวหน้าคณะ มีพระภิษุ ๑๘ รูป คฤหัสถ์๒๐ คนเดินทางไปนมัสการสังเวชนียสถานทั้ง ๔แห่งพร้อมสถานที่สำคัญๆหลายหัวเมือง ได้ร่วมกับชาวพุทธประเทศต่างๆทั่วโลกนมัสการเวียนเทียนในวันมาฆบูชา ณสถานที่ตรัสรู้พุทธคยาได้ประกอบพิธีอยู่ ๒ คืน

     ปี พ.ศ.๒๕๓๙ ระหว่างวันที่๒๓-๒๗ มิถุนายน เดินทางไปทัศนศึกษาดูงานกิจกรรม ด้านพระพุทธศาสนาสายมหายานและสถานที่สำคัญๆทางประวัติศาสตร์ ณ มหานครปักกิ่ง ประเทศสาธารณประชาชนจีน หัวหน้าคณะนำโดย "พระกิตติญาณโสภณ" (บัวผัน ปคุณธมฺโม) รองเจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น วัดศรีนวล จังหวัดขอนแก่น (ท่านให้ความนับถือกันมาก)
- ร่วมทัศนศึกษาดูงานด้านพระพุทศาสนาที่มหาเจดีย์บูโรพุทธโธ ณประเทศอินโดนีเซีย
  
งานด้านสาธารณูปการ
    พ.ศ. ๒๕๐๗ ทำประตูโขงสร้างกำแพงรอมรอบวัดแทนรั้วเสาไม้แก่น
    พ.ศ.๒๕๑๒ หลวงปู่ปื๋อ ท่านเป็นผู้ขอไฟฟ้าเข้าหมู่บ้าน ทำให้หมู่บ้านหนองไผ่ได้มีไฟฟ้าเป็นครั้งแรกและก่อนทุกหมู่บ้านแถบอำเภอยางตลาด
    พ.ศ.๒๕๒๓ บูรณะพระอุโบสถเก่าที่ชำรุดทรุดโทรมบูรณะจนแล้วเสร็จ สร้างศาลาการเปรียญแบบก่อปูนแทนหลังเดิมเป็นหลังไม้ที่ทรุดโทรมขึ้นใหม่ด้วยความสามัคคีของชุมชนร่วมกับพระเณรที่จำพรรษาในวัดหลายสิบรูป รวมทั้งสร้างกุฏิเพิ่มอีก๒หลัง ห้องน้ำห้องสวมรองรับพระเณรที่มาศึกษาในสำนักเรียนบารีตั้งขึ้นตั่งแต่ปี พ.ศ.๒๔๗๓ สมัย (พระอธิการชู ธิตธัมโม)
พ.ศ.๒๕๓๘ ได้สร้างเมรุและหอระฆัง

       ด้านงานสงเคราะห์ ได้มอบทุนการศึกษาให้กับเด็กนักเรียนตามโรงเรียนต่างๆเป็นประจำทุกปี รวมถึงมอบทุนการศึกษาให้แด่พระเณรในวัด เพื่อศึกษาพระปริยัติโดยตลอด หลวงปู่ได้ร่วมมือกับคณะสงฆ์และทางราชการออกไปอบรมประชาชนตามหมู่บ้านต่างๆในเขตการปกครอง

        ด้วยความที่หลวงปู่เป็นทั้งพระนักพัฒนาและเป็นพระเถระที่เล่าขานกันว่าทรงคุณพุทธาคมเข้มขลัง แห่งเมืองน้ำดำ ชื่อเสียงของท่านจึงได้แพร่สะพัดไปในหลายจังหวัดมีลูกศิษย์ลูกหามากมายทั้งนายทหารนายตำรวจนักการเมืองทีมีความใกล้ชิดเหมือนญาติหลวงปู่ คือ (ครูขุนทอง ภูผิวเดือน) อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงมหาดไทย ที่คอยช่วยจัดการธุระให้หลวงปู่อยู่เสมอ รวมถึง (ส.ส.วิยา ภูมิเหล่าแจ้ง) ลูกศิษย์ที่ใกล้ชิดที่คอยอุปฐากกิจธุระในยุคหลังๆ

       หลวงปู่ ท่านโด่งดังชำนาญเรื่องวิทยาคมมากคือ ธรรมเก้าโกฎิ ที่เรียนมาจาก (พ่อธรรมใหญ่จันทบาล) แห่งบ้านนาดี หมอธรรมผู้เฒ่าอันมีความขมังเวชที่ทรงวิทยาคมในยุคนั้น วิชาที่ขับไล่ผี ปอบเป้าโพรง ผีเข้า กันบ้านกันเมือง แก้คุณผีคุณคน ต่อกระดูก รดน้ำมนต์ดูเลิกยาม (ลูกศิษย์ที่สืบทอดต่อจากท่านมี พ่อธรรมเอก บ้านสร้างมิ่ง พระครูสิริประภัทรสร วัดสวนพร้าวดงบัง พระครูประสุตธรรมสุนทร วัดดอนยานาง ญาครูเคน วัดบ้านดอนขี เป็นต้น) สมัยที่ท่านรับนิมนต์ไปช่วยชาวบ้านต่างจังหวัด ผู้ที่เคยติดตามท่านคือ ท่าน (พ.ต.อ.เรืองยศ ภูพานเพชร) อดีตผู้กำกับการสถาณีตำรวจภูธรท่าคันโท จ.กาฬสินธุ์ 

      โยมอุปฐากที่ใกล้ชิด ได้เล่าประสบการณ์สมัยก่อนเป็นสามเณรที่มีโอกาสติดตามองค์หลวงปู่ ไปทำพิธีขับไหล่ผี ในสมัยนั้นเส้นทางสัญจรไปมายังไม่สะดวกไม่ค่อยมีรถลามากนัก ต้องอาศัยเดินเท้าเข้าหมู่บ้านเป็นหลักต้องผ่านป่าโคก พอเดินจะถึงหมู่บ้านข้างทางมีต้นไม้ชุมเกิดสิ่งประหลาดมีต้นไม้สันไหวอย่างแรงเหมือนโดนลมพายุพัดต้นไม้สั่นนั้นไม่หยุด เหมือนกับมีอะไรกระโดดไปมาสั่นต้นนั้นต้นนี้ หลวงปู่คงรู้ว่าเป็นอะไรเลยนำเอาดาบคายธรรม ท่านขึ้นมาแล้วเปาคาถาแกว่งดาบแค่นั้น ต้นไม้เหมือนโดนพายุกระหน่ำได้หยุดเหมือนไม่เคยเกิดอะไรขึ้น 

      อีกเหตุการณ์หนึ่งมีคนถูกผีเข้า หลวงปู่ได้รับนิมนต์ไปขับไล่คนที่ถูกผีเข้าพอได้ยินแค่ชื่อหลวงปู่ก็กลัวจนตัวสั่น ร้องเสียงดังเหมือนคนสะติแตกจวนจะขาดใจ (ผีที่สิงในร่างคนผู้นั้นเอ่ยปากออกมาว่า บักได๋มากูบ่ย้านดอก กูย้านแต่เฒ่าอันนี้ละ) คนที่มาหาหลวงปู่ส่วนมากผีเข้าป่วยไม่มีสาเหตุรักษาที่ไหนก็ไม่หายพอมาหาหลวงปู่ท่านแก้รักษาก็หายดี และเด็กที่นอนร้องไม่หยุดนอนผวาพามาให้หลวงปู่เป่าศีรษะผูกแขนก็หยุดร้องทันทีเป็นที่น่าอัศจรรย์ รวมทั้งด้านคงกระพันชาตรีแล้วนั้นหลวงปู่ปื๋อสำเร็จมนต์ ตันปืนแตก ตั้งแต่สมัยท่านพรรษาที่ ๕ ขณะเป็นเจ้าอาวาสวัดบ้านดอนขี เมื่อพ.ศ.๒๔๙๑

      ท่านได้สร้างวัตถุมงคลไว้หลายรุ่น ก็จะเป็นตระกรุดแผ่นทองและตระกรุดหลอดยาสีฟัน ตระกรุดประหลอดห้อยคอ กบตายคารู (คนอีสานจะเรียกกบตายคาไง หรือ กบจำศีล) นี้เป็นที่สุดยอดสร้างน้อยไม่เกิน๑๐๐องค์ เป็นที่สรรหากันมาก เหรียญภาพล็อกเกด ฝ้ายผูกแขน แหวนกันภัย ภาพถ่าย ผ้ายันต์ ชาญหมาก วัตถุมงคลทั้งหลายนั้น หลวงปู่ทำแจกด้วยเจตนาการจัดสร้างที่บริสุทธิ์ วัตถุของท่านจึงสุดยอดเข้มขลังคงมีด คงปืน คงศาสตราอาวุธ เขี้ยวงา ของแหลม ของมีคม เหนียวขนาดแมลงวันไม่ได้กินเลือด และมีพุทธคุณรอบด้าน

       ตระกรุดในยุคต้นเป็นเชือกถักลงรักลงแผ่นทอง และหลอดยาสีฟัน (นำหลอดยาสีฟันที่พระเณรในวัดใช้หมดแล้วนำมาตัดขัดเป็นแผ่นโลหะให้สวยงามแทนแผ่นทองที่ไม่ต้องได้ซื้อ) แต่ยุคหลังเป็นแผ่นทองมีสายยางหุ้มถักแทนเชือกบางเส้นจะมีกบตายคารูห้อยด้วยถักด้วยทองแดงหุ้มครั่ง (มีน้อย ส่วนมากจะได้เฉพาะคนใกล้ชิดท่าน) เป็นที่หายาก

        เหรียญและล็อกเก็ตรุ่นแรก ท่านสร้างเมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๕ สำหรับเหรียญรุ่นนี้ ได้ประกอบพิธีพุทธาภิเษกอยู่ ๗ วัน ๗ คืน ที่พระอุโบสถ วัดอุดมผลหนองไผ่ โดยมีพระเกจิอาจารย์ชื่อดังนั่งปรกหลายรูป อาทิ (หลวงปู่ผาง วัดอุดมคงคาคีรีเขต) จ.ขอนแก่น (หลวงปู่ทิพย์ วัดบ้านดอนขี) และอีกหลายๆรูปภายหลัง
เสร็จพิธีพุทธาภิเษก ได้มีการนำออกแจกจ่ายให้กับ คณะศิษย์ยานุศิษย์ รวมทั้งแจกให้กับพุทธศาสนิกชนที่นำกฐินและผ้าป่ามาทอดถวายที่วัด สมทบทุนสร้างสาธารณูปโภคสาธารณูปการในวัด รวมทั้งแจกในงานฉลองเลื่อนสมณศักดิ์เจ้าคณะตำบลชั้นโท ในปี พ.ศ.๒๕๑๖ เป็นเหรียญเสมาเนื้อทองฝาบาท กระไหล่เงิน มีหูห่วง จำนวนการสร้างประมาณ ๑,๕๐๐ เหรียญ ส่วนล็อกเก็ตจำนวนสร้างไม่แน่ชัดเนื้อกรอบเป็นดีบุกในพื้นที่ไม่ค่อยพบเห็นมากนัก
   
      เหรียญรุ่น ๒ เป็นเหรียญนั่งพานสร้างปี พ.ศ.๒๕๓๖ ครบอายุ ๗๐ปี รุ่นนี้เป็นเหรียญที่หลวงปู่ปลุกเสกเดี่ยวตลอดพรรษา และผ่านงานพุทธาภิเษกอยู่บ่อยครั้ง เมื่อหลวงปู่รับนิมนต์ไปนั่งปกจะเอาเหรียญรุ่นนี้ติดย่ามท่านนำเข้าพิธิด้วยเสมอนั่งปกร่วมกับคณาจารย์เกจิดั่งหลายท่าน อาทิ (หลวงปู่วรพรต วัดจุมพล) จ.ขอนแก่น (หลวงปู่คำพันธุ์ โฆสปัญโญ) จ.นคพนม (หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ) วัดบ้านไร่ จ.นคราชสีมา (หลวงปู่สิงห์ คัมภีโร) จ.มหาสารคาม(เป็นสหธรรมมิกกับหลวงปู่) เหรียญรุ่นนี้เป็นเหรียญประสบการณ์อีกเหรียญหนึ่งเพราะ มีลูกศิษย์ที่ได้ไปใช้คล้องคอไปทำงานที่ลาดกระบังเกิดมีเรื่องกับเจ้าถิ่นถูกยิงเข้าที่ หน้าท้องปรากฏว่ายิงไม่เข้าแค่มีรอยแดงเท่านั้นทำให้ไม่เป็นอะไร นับเป็นเหรียญนิยมกันในหมู่นายทหารตำรวจ จึงเป็นเหรียญที่หากันมากในปัจจุบัน

     เหรียญรุ่น ๓ เหรียญที่ระลึกในงานฉลองพระครูสัญญาบัตรชั้นเอก ปี พ.ศ.๒๕๔๒ โดย (พันตำรวจเอกเรืองยศ ภูพานเพชร) เป็นผู้สร้างถวาย สร้างประมาณ ๒๐,๐๐๐ เหรียญ หลวงปู่นั่งปกเดียวที่กุฏิไว้เพื่อแจกให้กับลูกศิษย์ที่มาร่วมในงาน บางครั้งหลวงปู่ได้รับนิมต์ไปนั่งปกก็จะนำติดตัวเข้าพิธีไปด้วยเหมือนกับเหรียญ รุ่นที่๒

       พระครูสุนทรวิริยคุณ (บุญมี สุธมฺโม) ท่านเริ่มมีอาการอาพาธด้วยโรคเบาหวานและปอดอักเสพ จนทำให้ติดเชื้อในกระแสเลือด และมรณภาพลง ณ โรงพยาบาลขอนแก่น เมื่อวันจันทร์ที่ ๑๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๔ เวลา ๑๑.๔๐ น. นำความโศกเศร้าอาลัยแก่บรรดาลูกศิษย์ทั้งหลายนับเป็นการศูนย์เสียคณาจารย์เถระชั้นผู้ใหญ่ที่เป็นพระนักพัฒนาที่ทรงวิทยาคมแห่งเมืองน้ำดำไปอีกรูป

       พระครูสุนทรวิริยคุณ (บุญมี สุธมฺโม) ท่านถึงแก่มรณภาพลงเมื่อ ๑๑ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๔๔ สิริอายุได้ ๗๘ ปี ๕๘ พรรษา

เรียบเรียง : พระเกจิ แดนสยาม
https://www.facebook.com/prakejidansiam/

ที่มา : คณะศิษย์ หลวงปู่บุญมี สุธมฺโม

#ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามครับ

#พระอริยสงฆ์บางท่านในอดีตกาลเราอาจไม่ทราบประวัติท่าน
#เพจนี้สร้างขึ้นเพื่อศึกษาและเผยแพร่บารมีของท่านเท่านั้นครับ

ความคิดเห็น

เนื้อหาที่ได้รับความนิยมในรอบ 1 เดือน :

เหรียญหล่อพระพุทธชินราช หลวงปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ำกลองเพล จังหวัดหนองบัวลำภู ปี 2517

เหรียญหล่อพระพุทธชินราช หลวงปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ำกลองเพล จังหวัดหนองบัวลำภู ปี 2517 #เหรียญพระพุทธชินราช #ชุบนิเกิ้ล พระสวย จมูกโด่งๆ แชมป์ๆหายากครับ หลวงปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ำกลองเพล จ.หนองบัวลำภู พ.ศ.๒๕๑๗ #ซีรี่ยอดนิยม  เหรียญพระพุทธชินราช เป็นอีกรุ่น ที่สายตรงตามหา รูปแบบสวย เจตนาในการสร้างบริสุทธิ์ ดีนอก ดีใน  สุดยอดของดีที่น่าใช้สุดๆ พุทธคุณเด่นด้าน '"เมตตาดีเป็นเลิศ" #พระอรหันแห่งถ้ำกลองเพล #พระดีพิธีดี สุดยอดของดีที่ไม่ควรมองข้าม ปัจจุบันเริ่มหายากไม่ค่อยมีหมุนเวียนพบเจอน้อย ควรค่าแก่การเก็บสะสมบูชาครับ "นับเป็นของดีที่หายากมากๆ” "งดงามด้วยพุทธศิลป์ เข้มขลังด้วยพุทธคุณ" #ประสบการณ์มีให้พบเห็นอยู่บ่อยครั้ง #พุทธคุณครบครอบรอบด้านทำมาค้าขึ้นเมตตาค้าขายแคล้วคลาดปลอดภัยหน้าสะสมบูชาครับ🙏🙏🙏 https://www.facebook.com/YutBonsaiMukdahan

ประวัติและปฏิปทา หลวงปู่คำน้อย จิตฺตคุตฺโต วัดถ้ำภูกำพร้า (วัดภูกำพร้า) จังหวัดมุกดาหาร

ประวัติและปฏิปทา หลวงปู่คำน้อย จิตฺตคุตฺโต วัดภูกำพร้า อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร เกิด ไม่ทราบ มรณภาพ พ.ศ.2548 อายุ ไม่ทราบ (ว่ากันว่า 200 กว่าปี) พรรษา ไม่ทราบ สำหรับหลวงปู่คำน้อย ว่ากันว่าท่านมีถึงอายุ 238 ปี ท่านพำนักอยู่ วัดถ้ำภูกำพร้า อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ตั้งแต่ท่าน อายุได้ 100 กว่าปี ท่านก็สามารถนั่งสมาธิถอดจิต ไปเที่ยว สวรรค์ - นรก และ บางคนเชื่อว่าท่านคือเณรคำผู้มีฤทธิ์จากภูเขาควายเมืองลาว ท่านเป็นพระใจดี สำหรับอายุของท่านเท่าที่ถามจากคนเฒ่าคนแก่ในละแวกนั้น เขาก็ว่าเกิดมาก็เห็นหลวงปู่แล้วจนเขามีอายุถึงแปดสิบเก้าสิบ หลวงปู่คำน้อยก็ยังคงอยู่ในสภาพเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง และเมื่อสอบถามจากหลวงปู่คำน้อยก็ได้คำตอบเหมือนที่ใครๆได้รับรู้จากวาจา ท่านเองคือเปลี่ยนฟันมาสองรอบแล้ว รอบละ 120 ปี เลยอนุมานเอาว่าช่วงนั้นหลวงปู่น่าจะอายุประมาณ 200 กว่า ปี อายุใกล้เคียงกับกรุงเทพมหานคร ก็เลยสันนิษฐานเอาว่าหลวงปู่น่าจะเกิดในสมัยรัชกาลที่ 1 ครับ ปัจจุบันท่านมรณภาพไปแล้วครับ ประมาณปี 2548

สมเด็จพระธาตุพนม (พระสมเด็จธาตุพนม) วัดพระธาตุพนม จังหวัดนครพนม ปี 2518

สมเด็จพระธาตุพนม (พระสมเด็จธาตุพนม) วัดพระธาตุพนม จังหวัดนครพนม ปี 2518 พระสมเด็จพระธาตุพนม  #เนื้อผงผสมอิฐพระธาตุ สภาพสวยสมบูรณ์ไม่บิ่นไม่ลานเดิมๆหายากครับ สมเด็จพระธาตุพนม วัดพระธาตุพนม จ.นครพนม พ.ศ.๒๕๑๘ "พระธาตุพนม"เจดีย์แห่งนี้บรรจุพระอุรังคธาตุ(กระดูกหน้าอก)พระพุทธเจ้า "พิธีสมโภชน์ครั้งนี้"ในหลวง ร.๙ เสด็จ เป็นองค์ประธาน ในการบูรณะปฎิสังขรณ์ พร้อมด้วยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ในหลวง ร.๑๐  "พระดีพิธีใหญ่มาก"เกจิสายพระกรรมฐานมาร่วมงานมากมายหลายท่านครับผม พระสภาพสวยสมบูรณ์ หายาก มากครับผม ควรค่าแก่การเก็บสะสมไว้บูชาครับ #พระธาตุพนมพระธาตุศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของไทย "นับเป็นของดีที่หายากมากๆ” "งดงามด้วยพุทธศิลป์ เข้มขลังด้วยพุทธคุณ" #ประสบการณ์มีให้พบเห็นอยู่บ่อยครั้ง #พุทธคุณครบครอบรอบด้านทำมาค้าขึ้นเมตตาค้าขายแคล้วคลาดปลอดภัยหน้าสะสมบูชาครับ🙏🙏🙏 https://www.facebook.com/YutBonsaiMukdahan

ประวัติและปฏิปทา หลวงปู่วิเวียร ฐิตปุญฺโญ วัดดวงแข กรุงเทพมหานคร

ประวัติและปฏิปทา พระวิมลธรรมภาณ (หลวงปู่วิเวียร ฐิตปุญฺโญ) พระวิมลธรรมภาณ (หลวงปู่วิเวียร ฐิตปุญญเถร บุญมาก) วัดดวงแข กรุงเทพมหานคร หลวงปู่วิเวียร เกิดวันที่ 9 พฤศจิกายน 2464 บรรพชาเป็นสามเณร วันที่ 9 กรกฎาคม 2482 อุปสมบทเป็นพระภิกษุสงฆ์ พ.ศ. 2484 เป็นพระที่มีความเชี่ยวชาญด้านสมถะและวิปัสสนาอย่างมาก ท่านเป็นพระอาจารย์สอนกัมมัฏฐานต่อผู้ใคร่ศึกษา อาจารย์ของท่านประกอบด้วย พระอาจารย์สิงห์ ขันตยาคโม วัดป่าสาลวัน (ลูกศิษย์องค์สำคัญของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต) หลวงพ่อโด่ วัดนามะตูม จังหวัดชลบุรี หลวงพ่ออยู่ วัดบ้านแก่ง จังหวัดนครสวรรค์ (ศิษย์ของหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า จังหวัดชัยนาท,หลวงปู่เฮง คงฺคสุวณฺโณ วัดเขาดิน จังหวัดนครสวรรค์ และหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ จังหวัดนครสวรรค์) วัตถุมงคลที่ท่านอธิฏฐานจิตมีพุทธานุภาพและกฤดาภินิหารอย่างน่าอัศจรรย์ เป็นที่ต้องการของบรรดาลูกศิษย์และผู้นิยมพระเครื่อง หลวงปู่วิเวียร ฐิตปุญญเถร (บุญมาก) ละสังขาร เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2537 เวลา 4 ทุ่มตรง รวมสิริอายุได้ 73 ปี พรรษา 53 การเข้าสู่เส้นทางวิปัสสนากัมมัฎฐานและพระเวทย์วิทยาคม พระวิมลธรรมภาณ ...

ประวัติหลวงพ่อกุหลาบ พุทฺธโชติ หรือ หลวงพ่อกุหลาบ วัดบางเป้ง

ประวัติหลวงพ่อกุหลาบ พุทฺธโชติ หรือ หลวงพ่อกุหลาบ วัดบางเป้ง พระครูพรหมจริยาธิมุตต์ (หลวงพ่อกุหลาบ พุทฺธโชติ) หรือ หลวงพ่อหลาบ วัดบางเป้ง อดีตเจ้าอาวาสวัดบางเป้ง และอดีตเจ้าคณะอำเภอศรีราชา ท่านเป็นเกจิดังของตำบลแสนสุข อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี ท่านพัฒนาวัดบางเป้งจนมีความรุ่งเรือง ท่านเป็นพระที่มีเมตตาสูง ใครมาขอความช่วยเหลือจากท่านท่านก็ช่วยเหลือมิไม่ได้ขาด ท่านเป็นพระเกจิที่ชาวบางแสนให้ความเคารพอย่างมาก และท่านยังให้ความสำคัญของการศึกษาท่านได้สร้างโรงเรียนวัดบางเป้ง (กุหลาบราษฎร์อำนวยวิทย์) ขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2509 เป็นต้น ประวัติและสถานะเดิม พระครูพรหมจริยาธิมุตต์ ท่านมีนามเดิมว่า " กุหลาบ " นามสกุล " อุ่นจิตร หรือ อุ่นจิตต์ (ไม่แน่ใจว่าเขียนแบบไหนครับ) " เกิดเมื่อวันอังคาร ขึ้น 9 ค่ำ เดือนยี่ ตรงกับวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2431 บิดาชื่อ นายช้อน มารดาชื่อ นางเจียก อุ่นจิตร ท่านเกิด ณ หมู่ที่ 1 บ้านตำบลแสนสุข อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี (บริเวณสถานีดับเพลิง ต.แสนสุข) ท่านมีพี่น้องร่วมบิดามารดาจำนวน 5 คน หลวงพ่อกุหลาบเป็นบุตรคนสุดท้อง ดังนี้ พระอธิการอั...

#001 พระนางพญา พิมพ์สังฆาฏิ รุ่นแรก หลวงปู่โต๊ะ อินทสุวัณโณ วัดประดู่ฉิมพลี กรุงเทพมหานคร

พระนางพญา พิมพ์สังฆาฏิ รุ่นแรก หลวงปู่โต๊ะ อินทสุวัณโณ วัดประดู่ฉิมพลี กรุงเทพมหานคร ตัวอย่างองค์ที่ 001 พระนางพญาเนื้อดิน หลวงปู่โต๊ะ มี 4 พิมพ์ 1. พิมพ์มีหน้ามีตา 2. พิมพ์เทวดา 3. พิมพ์อกนูน 4. พิมพ์สังฆาฏิ พระราชสังวราภิมณฑ์ (หลวงปู่โต๊ะ อินฺทสุวณฺโณ) เป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดประดู่ฉิมพลี เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร หลวงปู่โต๊ะ อินทสุวัณโณ เป็นพระคณาจารย์ที่รู้จักกันดี ด้วยวัตรอันปฏิบัติอันงดงามเป็นที่เคารพศรัทธาของชาวพุทธทุกชนชั้น ท่านถึงพร้อมด้วยบุญบารมีและอิทธิบารมี พระเครื่องของท่านมีปาฏิหาริย์ศักดิ์สิทธิ์ มีประสบการณ์เล่าขานมากมายจากเหนือจดใต้ทั่วประเทศไทย จนกลายเป็นพระหลักยอดนิยมของเมืองไทย รูปภาพจาก เว็บ-พระ.คอม

ประวัติหลวงปู่หมุน ฐิตสีโล วัดบ้านจาน อมตะเถระ ๕ แผ่นดิน อายุ ๑๐๙ ปี

หลวงปู่หมุน ฐิตสีโล " ตัวกูลูกพระพุทธองค์ ครูสิทธิ์ ครูธงค์ องอาจไม่ประมาทครู พบรอยก้มดู เจอครูกราบไหว้ " อิมะมะมามา อิมะมะมามา อิมะมะมามา อิมะมะมามา อิมะมะมามา อิมะมะมามา อิมะมะมามา ผู้เขียน : ClubMahaAud(73) * วาจาสิทธิ์ของหลวงปู่หมุน ที่ได้กล่าวไว้ก่อนละสังขาร ซึ่งลูกศิษย์และชาวบ้านต่างจดจำได้ติดหู คือ " ของๆฉันสร้างเองกับมือ ใครมีไว้บูชาจะ หมุนโชคหมุนลาภ ทำมาค้าขึ้น ไม่มีวันจน ประกอบสัมมาอาชีพใดก็รุ่งเรือง เจริญลาภยศสรรเสริญ จะมีชื่อเสียงหอมขจรขจาย ขอให้เป็นคนดี คิดดี ทำดี ละเว้นชั่ว คุณพระจะรักษา เทวดาจะคุ้มครอง แม้นว่าฉันจะตายไป ของๆ ฉันจะขลังกว่านี้อีกหลายๆเท่า น้ำลาย ไอปาก ลมปราณที่ประจุลงไป ด้วยพลังจิตอันเข้มขลังของฉัน ย่อมเป็น หนึ่งบ่เป็นสอง ครบเครื่องเป็นองค์พระ ที่ดีทั้งนอก ดีทั้งใน ฝากไว้ในแผ่นดิน ให้เลื่องชื่อลือนาม ลือเรื่องถึงเมืองแมน " # หลวงปู่หมุน ท่านกำเนิดเมื่อ พศ.2437-2546 อายุยืนถึง 109 ปี พระเครื่องของท่านออกมา ช่วงบั้นปลายชีวิต ในปีพศ.2542-45 จึงดูเหมือนเป็นพระเครื่องใหม่ อายุพระไม่เกิน10ปี ความนิยมในท้องตลาดพระเครื่อง ยังมีไม่มา...

ประวัติหลวงปูสอ ขันติโก วัดโพธิ์ศรี จังหวัดนครพนม

ประวัติหลวงปูสอ ขันติโก หลวงปู่สอ ขันติโก ท่านมีนามเดิมว่า สอ แก้วดี ท่านเกิดในตระกูลชาวนา เกิดเมื่อวันจันทร์ ปีมะเส็ง พ.ศ. 2448 ตามคำบอกเล่าของหลวงปู่ หลานแท้ๆ (ลูกของคุณยายเฮียง) และชาวบ้านที่บอกว่าในใบสุทธินั้นระบุวันเดือนปีเกิดและวันที่อุปสมบทคลาดเคลื่อนไป โดยระบุว่า เกิดวันที่ 20 พฤษาคม 2460 คลาดไป 12 ปี เพราะแม่ของหลวงปู่แจ้งเกิดให้ท่านช้าไปมากและไม่ได้นำเข้าทะเบียนราษฏร์ เนื่องด้วยท่านติดตามหลวงปู่สีทัตถ์ไปตั้งแต่ยังเด็ก ซึ่งจริงๆแล้วท่านเกิดปี 2448 วันที่อุปสมบทจาก 2480 เป็น 2512 ( 16 ก.พ. 2512 ) เนื้องด้วยเป็นใบที่ใช้ยืนยันตัวตนของท่านซึ่งขอทำในวันเวลาดังกล่าว บิดาชื่อ คุณพ่อเพ็ง เป็นชาวลาว มารดาชื่อ คุณแม่จันทร์ แม่พี่น้องร่วมกันอยู่ 6 คน 1. นายสุ เพียมา เสียชีวิตแล้ว 2. หลวงปู่สอ ขันติโก 3. นายสาน บุญรักษา เสียชีวิตแล้ว - พี่น้องต่างบิดาอีก 3 คน 4. นางจูม กัณหา เสียชีวิตแล้ว 5. นางเจียง รามศรี เสียชีวิตแล้ว 6. นางเฮียง รามศรี เสียชีวิตแล้ว เมื่อแรกเกิดหลวงปู่ท่านเล่าให้ฟังว่า แม่ของท่านบอกว่าตอนหลวงปู่เกิด สายรกพันคอ จะได้บวชเป็นแน่ พอเมื่อหลวงปู่ท่านยังเด็ก...

ประวัติและปฏิปทา หลวงพ่ออี๋ พุทธสโร วัดสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

ประวัติและปฏิปทา พระครูวรเวทมุนี (อี๋ พุทธสโร) พระครูวรเวทมุนี หรือ หลวงพ่ออี๋ พุทธสโร ท่านเป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ท่านเป็นที่พึ่งในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งตรงกับสมัยรัชกาลที่ 8 ของไทย อาจมีคนที่ยังไม่ลืมภาพอดีตนั้น ภาพของหลวงพ่ออี๋ที่ยกผ้าเหลืองโบกไปโบกมา พร้อมทั้งยืนบริกรรมพระคาถาอย่างสงบนิ่ง ลูกระเบิดที่หย่อนมาจากเครื่องบินฝ่ายสัมพันธมิตรหมายถล่มตลาดและฐานทัพเรือให้ราบเป็นจุล กลับเบี่ยงเบนปลิวไปตกในทะเลจนหมดสิ้น ไม่อาจทำลายฐานทัพเรือและชีวิตของประชาชนชาวอำเภอสัตหีบได้ นับแต่นั้นมาหลวงพ่ออี๋จึงได้รับการกล่าวนามถึงในความเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์ ช่วยรักษาชีวิตให้รอดปลอดภัยกันถ้วนหน้า ประวัติ พระวรเวทมุนี (หลวงพ่ออี๋ พุทธสโร) หรือปรากฏรนามที่รู้ทั่วๆไปว่า หลวงพ่ออี๋ เพราะท่านชื่อ " อี๋ " มาตั้งแต่แรก นามสกุล " ทองขำ " ท่านเกิดเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2408 ตรากับวันอาทิตย์ขึ้น 11 ค่ำ เดือน 11 ปีฉลู ตรงกับปลายรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นบุตรของนายขำ และนางเอียง ทองขำ ที่บ้านตำบลสัตหีบ กิ่งอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เมื่...

ประวัติหลวงปู่หมุน ฐิตสีโล อมตะเถระ ๕ แผ่นดิน วัดบ้านจาน

ประวัติหลวงปู่หมุน ฐิตสีโล อมตะเถระ ๕ แผ่นดิน วัดบ้านจาน จังหวัดศรีสะเกษ ชาติภูมิและอุปสมบท หลวง ปู่หมุน ฐิตสีโส เกิดในสกุล" ศรีสงคราม"หรือ " แก้วปักปิ่น" ถือกำเนิดเมื่อ วันพฤหัสบดี เดือน 5 ปีชวด พ.ศ. ๒๔๓๗ ณ บ้านจาน อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ บิดา ชื่อ "ดี "มารดาชื่อ " อั๊ว " มีอาชีพทำไร่ทำนา เป็นเด็กยากจน แต่มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด ต่อมาบิดามารดาเห็นแววทางด้านพระพุทธศาสนา จึงให้บรรพชาเป็นสามเณรเมื่ออายุ ๑๔ ปี และนำไปฝากกับพระอาจารย์สีดาเจ้าอาวาสวัดบ้านจาน ซึ่งเป็นพระที่เชี่ยวชาญด้านกรรมฐานและมีวิชาอาคมที่เก่งมาก ในปี ๒๔๖๐ ขณะอายุได้ ๒๓ ปีได้เข้าอุปสมบทโดยมีหลวงพ่อสีดา เป็นพระอุปัชฌาชย์รับฉายาว่า " ฐิตสีโล " แปลว่า " ผู้มีศีลตั้งมั่น "จากนั้นได้ศึกษาวิชาความรู้จากครูบาอาจารย์ต่าง ๆ ในแถบนั้นเป็นเวลา ๔ ปี ก่อนออกแสวงหาครูบาอาจารย์อื่นๆ เพื่อศึกษาคันธธุระและวิปัสสนาธุระในชั้นที่สูงๆ ขึ้นไป ปี พ.ศ.๒๔๖๔ หลวงปู่หมุน เริ่มออกศึกษาแสวงหาประสบการณ์โดยได้ร่ำเรียนทั้งเวทย์วิทยา และสมถกรรมฐานจากครูบาอาจารย์หลายสำนัก การเดินทางในสมัยนั้นเป็...