ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ประวัติ หลวงพ่อบรรณ พุทธสโร วัดด่าน จังหวัดระนอง

ประวัติ หลวงพ่อบรรณ วัดด่าน (ระนอง)
       "พระครูศีลพงษ์คณารักษ์" (หลวงพ่อบรรณ พุทธสโร) ท่านถือกำเนิดเมื่อประมาณราวปี พ.ศ.๒๓๘๔ หลวงพ่อบรรณท่านได้อุปสมบทในช่วงปี พ.ศ.๒๔๑๘ เดิมเป็นชาวเมืองไชยา (ปัจจุบันคือ อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี) เมื่อบวชได้ประมาณ ๑๐ พรรษา ท่านได้ออกจาริกธุดงค์จากเมืองไชยา ผ่านเมืองหลังสวน (ปัจจุบันคือ อ.หลังสวน จ.ชุมพร) เข้าสู่เมืองระนอง โดยได้ปักกลดอยู่ในป่าช้าของหมู่บ้านท่าด่าน ชาวบ้านในสมัยนั้นได้นำของไปถวายและสนทนาธรรม คนเฒ่าคนแก่สมัยนั้นเห็นว่าหลวงพ่อบรรณเป็นพระเก่งกล้า มีความรู้เรื่องเวทมนตร์และอาคมดี จึงเกิดความเลื่อมใสศรัทธา แล้วจึงได้นิมนต์ให้อยู่สร้างวัดด่าน ซึ่งสมัยนั้นยังเป็นป่าช้าและสำนักสงฆ์ จนแล้วเสร็จและได้ขึ้นทะเบียนกับกรมการศาสนา เมื่อปี พ.ศ.๒๔๓๐ จนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสรูปแรกของวัดด่าน และเป็นเจ้าคณะจังหวัดรูปแรกของจังหวัดระนองด้วย

       "วัดอุปนันทาราม" หรือ (วัดด่าน) เป็นวัดสำคัญวัดหนึ่งในระนองที่มีอายุการก่อสร้างวัดตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๓๖ ปลายสมัยรัชกาลที่ ๕ ถือได้ว่าเป็นวัดแรกๆของเมืองระนองในสมัยนั้นโดยมีนายบ่าเซ่ง เศรษฐีไทยเชื่อสายพม่าได้ชักชวนพุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทย ชาวจีน และชาวพม่า ร่วมกันก่อสร้างขึ้นเพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวพุทธ เพราะในสมัยนั้นการทำบุญซักครั้งหนึ่งทำได้ยากยิ่ง เพราะว่าเมืองระนองมีเพียงวัดสุวรรณคีรีอารามหรือวัดหน้าเมือง (ภายหลังได้รับพระราชทานชื่อจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อครั้งเสด็จประภาสหัวเมืองมลายูว่า วัดสุวรรณคีรีวิหาร) จึงได้เริ่มหาสถานที่สร้างวัด โดยกำหนดเอาเนินสูงที่สุดในบริเวณนั้นเป็นที่สร้าง เพราะสภาพที่ตั้งของวัดที่ตรงกลางเป็นเนินเขาเล็กๆล้อมรอบด้วยพื้นที่ราบที่เป็นสวนธรรมชาติล้อมรอบด้วยย่านชุมชน ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทางการประมง เหมืองแร่ และค้าขาย

      "วัดอุปนันทาราม" หรือที่ชาวบ้านเรียกกันอย่างง่ายๆอีกชื่อหนึ่งคือ "วัดด่าน" เพราะตั้งบริเวณบ้านท่าด่านเป็นพื้นที่ที่อยู่สุดเขตแดนติดต่อกับประเทศสหภาพพม่า ซึ่งในอดีตมีลักษณะเป็นท่าด่านปากคลองสำหรับเรือสัญจรที่จะเข้าสู่เมืองระนอง ทั้งเรือโดยสาร เรือขุดแร่ หรือเรือประมง เพราะในสมัยนั้นการสัญจรทางน้ำถือว่าสะดวกที่สุด การสร้างวัดในระยะแรกนั้นได้สร้างเป็นเรือนไม้ทรงปั้นหยาตามแบบศิลปะของภาคใต้ และได้อาราธนานิมนต์ "หลวงพ่อบรรณ พุทฺธสโร" (ภายหลังได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ที่พระครูศีลพงษ์คณารักษ์ เจ้าอาวาสรูปแรก) ซึ่งเป็นพระธุดงค์มาจากจังหวัดไชยา (อำเภอไชยา สุราษฎร์ธานี)ให้ช่วยอยู่จำพรรษา ด้วยความเมตตาหลวงพ่อจึงรับนิมนต์และอยู่จนได้ก่อร่างสร้างวัดบูรณะพัฒนาวัดมาอย่างต่อเนื่อง จนได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ ๒๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๖๒ ได้รับคัดเลือกให้เป็นวัดพัฒนาตัวอย่างเมื่อ พ.ศ.๒๕๑๐ และ พ.ศ.๒๕๑๙ ได้ผูกพัทธสีมาเมื่อวันที่ ๓ เมษายน พ.ศ.๒๕๒๐ 

        ความสำคัญ เป็นวัดในจังหวัดระนองที่ถวายผงธูปบูชาพระพุทธรูปคานสมอ สมัยเจ้าอ้ายยี่เพื่อเป็นมวลสารแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการสร้างพระพุทธนวราชบพิตรและพระสมเด็จจิตรลดา เป็นที่พำนักของเจ้าคณะจังหวัดระนอง ๔ รูป คือ "พระครูศีลพงษ์คณารักษ์" (บรรณ พุทฺธสโร) จ.ระนอง รูปแรก "พระครูศีลพงษ์คณารักษ์" (ผุด สุทธางกูร) จ.ระนอง รูปที่ ๒ "พระระณังควินัยมุนีวงศ์" (พลอย ธมฺมโชโต) จ.ระนอง รูปที่ ๓ และ "พระระณังควินัยมุนี" (บุญให้ สีลวฑฺฒโน) จ.ระนองรูปที่ ๔
เป็นที่บรรพชาของ "สามเณรปั่น เสน่ห์เจริญ" ภายหลังเป็น "พระพรหมมังคลาจารย์" (หลวงพ่อปัญญานันทะ) ท่านมักปรารภเสมอเมื่อมาระนองว่า "ที่นี่เป็นที่เกิดของฉัน ถ้าไม่มีวัดนี้ป่านนี้ชีวิตฉันไม่รู้จะเป็นอย่างไร"

       ลำดับเจ้าอาวาส
"พระครูศีลพงษ์คณารักษ์" (บรรณ พุทฺธสโ ร) (พ.ศ.๒๔๓๖ - พ.ศ.๒๔๖๓) เจ้าอาวาสรูปแรก, เจ้าคณะจังหวัดระนองรูปแรก
"พระครูศีลพงษ์คณารักษ์" (ผุด สุทธางกูร) (พ.ศ.๒๔๖๓ - พ.ศ.๒๔๗๒) เจ้าคณะจังหวัดระนองรูปที่ ๒ ภายหลังได้ลาสิกขากลับไปรับราชการเป็นศึกษาธิการจังหวัดภูเก็ต
"พระระณังควินัยมุนีวงศ์" (พลอย ธมฺมโชโต รัตนดิลก ณ ภูเก็ต) (พ.ศ.๒๔๗๒-พ.ศ.๒๕๑๗) เจ้าคณะจังหวัดระนองรูปที่ ๓ พระราชาคณะรูปแรกของระนอง และเป็นพระราชาคณะชั้นราชรูปแรกของระนองด้วย (ในราชทินนามเดิม) หลวงพ่อเจ้าคุณเป็นผู้ชักชวนนายปั่น เสน่ห์เจริญมาช่วยสอนหนังสือ และเป็นอุปัชฌาย์จารย์ของสามเณรปั่น เสน่ห์เจริญ (พระพรหมมังคลาจารย์ ปัญญานันทะภิกขุ)
"พระระณังควินัยมุนี" (เรวัต บุญให้) สีลวฑฺฒโน อรุณวิมล) (พ.ศ.๒๕๑๗-พ.ศ.๒๕๓๕) เจ้าคณะจังหวัดระนองรูปที่ ๔
"พระครูอุปนันทโสภณ" (โสภณ โสภโณ ชุ่มชื่น) (พ.ศ.๒๕๓๖ - ปัจจุบัน) เจ้าคณะอำเภอเมืองระนอง

       สำหรับความอภินิหารและวาจาสิทธิ์ของหลวงพ่อบรรณมีอยู่หลายครั้ง เช่น เคยมีคนเข้าไปขโมยมะพร้าวในสวนของวัดตอนกลางคืน ทำให้คนขโมยออกจากสวนมะพร้าวไม่ได้เดินวนเวียนหาบมะพร้าวจนรุ่งสาง หลวงพ่อบรรณไปพบเข้าท่านจึงพูดขึ้นเป็นสำเนียงภาษาใต้ว่า "มึงวางต้า" หมายถึงให้วางลง คนที่ขโมยมะพร้าวเมื่อได้ยินก็วางหาบมะพร้าวลงแล้วเดินออกจากสวนมะพร้าวของวัดไปได้

      อีกเรื่อง คือเกิดไฟไหม้ชุมชนตลาดเก่า เมื่อหลวงพ่อบรรณทราบข่าวว่าไฟไหม้บ้านของชาวบ้าน จึงรีบเดินทางไปที่เพลิงกำลังลุกไหม้อยู่ เมื่อไปถึงหลวงพ่อบรรณได้กำทรายขึ้นมาเสกแล้วเป่า พร้อมด้วยการหว่านทราย ทำให้ไฟที่กำลังไหม้ดับมอดลงทันตาเห็น ไม่ลุกลามไปบ้านหลังอื่น

      หลวงพ่อบรรณ ถือเป็นพระเถระคู่เมืองของชาวระนองมายาวนาน วัดด่านได้สร้างรูปเหมือนไว้ในศาลาหลวงพ่อบรรณ ซึ่งมีผู้คนไปกราบไหว้บูชา บนบานขอสิ่งต่างๆ ทุกวันมิได้ขาดสาย เช่น คนที่มีบุตรยากไปอธิษฐานก็จะสมหวัง บางคนอธิษฐานขอเรื่องการเรียน การสอบเข้าทำงาน ให้หายเจ็บไข้ไม่สบาย หรือการเดินทางให้แคล้วคลาด หรือแม้กระทั่งของหาย เมื่ออธิษฐานก็ยังได้กลับคืน 

       นอกจากนี้ มีเรื่องเล่าขานเมื่อประมาณ ๑๐ ปีก่อน มีไต้ก๋งเรือประมงคนหนึ่งห้อยเหรียญหลวงพ่อบรรณติดตัว ถูกคลื่นซัดจนเรือล่ม ต้องลอยคออยู่ในทะเลอันดามัน มีปลาฉลามว่ายน้ำจะเข้ามางับ จึงได้บนบานถึงหลวงพ่อบรรณ ปรากฏว่าปลาฉลามได้แต่ว่ายน้ำวนเวียนโดยรอบไม่สามารถเข้าไปใกล้ได้ ในที่สุดมีเรือประมงเข้ามาพบช่วยเหลือไว้ได้จนปลอดภัย เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ชาวเรือประมงจำนวนมากเลื่อมใสศรัทธาเช่าเหรียญหลวงพ่อบรรณรุ่นต่างๆ ไปบูชาจำนวนมาก และเมื่อได้ในสิ่งที่ขอแล้ว จะต้องแก้บนด้วยหมากพลูตำ บุหรี่มวนใหญ่ ยาเส้นใบตอง ข้าว แกงเผ็ดเนื้อ น้ำพริกกะปิเผา เป็นต้น พร้อมคำบูชา "พุทธัง อาราธนานัง ธัมมัง อาราธนานัง สังฆัง อาราธนานัง พุทธานุภาเวนะ ธัมมานุภาเวนะ สังฆานุภาเวนะ มังรักขะ ตุมหาลาภา วันตุเม" 

      นอกจากนี้ ยังมีสิ่งอัศจรรย์เกิดขึ้นอีกอย่างหนึ่ง คือที่ตั้งของวัดด่านซึ่งอยู่บนเนินเขาเตี้ย ซึ่งใต้แผ่นดินบริเวณดังกล่าวเป็นแหล่งแร่ดีบุกจำนวนมาก ถึงขนาดที่ผู้สัมปทานเหมืองแร่ในสมัยนั้นเสนอให้หลวงพ่อบรรณย้ายวัด แล้วจะสร้างวัดให้ใหม่ แต่หลวงพ่อบรรณไม่ยอมย้าย เรือขุดแร่พยายามขุดหาแร่เข้าไปบริเวณวัดแต่ก็ไม่เคยสำเร็จ เมื่อเรือขุดแร่เข้าใกล้เขตวัด เครื่องยนต์จะดับโดยไม่ทราบสาเหตุทุกครั้ง จนในที่สุดก็ต้องถอยกลับไปเอง ทำให้วัดด่านอยู่ที่เดิมคู่เมืองระนองมาจนตราบถึงทุกวันนี้

        (หลวงพ่อบรรณ พุทธสโร) หรือ “พระครูศีลพงษ์คณารักษ์” เป็นเจ้าอาวาสรูปแรกของวัดอุปนันทาราม หรือวัดด่าน อ.เมือง จ.ระนอง และเป็นเจ้าคณะจังหวัดระนองรูปแรก เป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังที่มีชีวิตร่วมสมัยเดียวกับ (หลวงพ่อแช่ม วัดฉลอง) จ.ภูเก็ต

      ปี พ.ศ.๒๔๖๓ หลวงพ่อบรรณ มีอายุ ๗๙ ปี ทั้งนี้ ก่อนมรณภาพมีผู้เล่าว่าขณะที่หลวงพ่อบรรณได้นั่งบนหลังช้างเพื่อพาพระใบฎีกาพลอย ธัมมโชโต (ซึ่งต่อมาได้เป็นเจ้าคณะจังหวัดระนองรูปที่ ๓) ไปเทศนาให้กับญาติโยมที่ วัดหาดส้มแป้น ต.หาดส้มแป้น อ.เมือง จ.ระนอง แต่ในระหว่างเดินทางหลวงพ่อบรรณได้เกิดเป็นลม แล้วมรณภาพบนหลังช้างอย่างสงบ 

       วัตถุมงคล โดยส่วนมาก ลูกศิษย์ท่านสร้าง มีทั้งพระบูชา รูปหล่อ และเหรียญ เป็นที่นิยมและแสวงหามาตั้งแต่อดีตเรื่อยมา ค่านิยมยิ่งสูงขึ้นตามกาลเวลา ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง คือ เหรียญหลวงพ่อบรรณรุ่นแรก สร้างเมื่อปี พ.ศ.๒๔๙๗ จัดสร้างจำนวนหลัก ๑๐๐เหรียญ ราคาสูงถึง ๕ หลัก ลักษณะเป็นเหรียญกลมรูปไข่ มีหูห่วง ด้านหน้าเหรียญ เป็นรูปเหมือนหลวงพ่อบรรณครึ่งองค์ ใต้รูปเหมือน เขียนคำว่า “หลวงพ่อบรรณ วัดด่านระนอง” มีขอบข้าง ด้านหลังเหรียญ ไม่มีขอบ เขียนยันต์ ระบุปี พ.ศ. ตัวเลขไทย “๒๔๙๗” ปัจจุบันเป็นที่เสาะหาของบรรดานักนิยมสะสมพระเครื่อง

       "พระครูศีลพงษ์คณารักษ์" (หลวงพ่อบรรณ พุทธสโร) ท่านถึงแก่มรณะภาพลงเมื่อปี พ.ศ.๒๔๖๓ สิริอายุได้ ๗๙ ปี ๔๕ พรรษา

เรียบเรียง : พระเกจิ แดนสยาม
https://www.facebook.com/prakejidansiam/

#ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามครับ

#พระอริยสงฆ์บางท่านในอดีตกาลเราอาจไม่ทราบประวัติท่าน
#เพจนี้สร้างขึ้นเพื่อศึกษาและเผยแพร่บารมีของท่านเท่านั้นครับ

ความคิดเห็น

เนื้อหาที่ได้รับความนิยมในรอบ 1 เดือน :

เหรียญหล่อพระพุทธชินราช หลวงปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ำกลองเพล จังหวัดหนองบัวลำภู ปี 2517

เหรียญหล่อพระพุทธชินราช หลวงปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ำกลองเพล จังหวัดหนองบัวลำภู ปี 2517 #เหรียญพระพุทธชินราช #ชุบนิเกิ้ล พระสวย จมูกโด่งๆ แชมป์ๆหายากครับ หลวงปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ำกลองเพล จ.หนองบัวลำภู พ.ศ.๒๕๑๗ #ซีรี่ยอดนิยม  เหรียญพระพุทธชินราช เป็นอีกรุ่น ที่สายตรงตามหา รูปแบบสวย เจตนาในการสร้างบริสุทธิ์ ดีนอก ดีใน  สุดยอดของดีที่น่าใช้สุดๆ พุทธคุณเด่นด้าน '"เมตตาดีเป็นเลิศ" #พระอรหันแห่งถ้ำกลองเพล #พระดีพิธีดี สุดยอดของดีที่ไม่ควรมองข้าม ปัจจุบันเริ่มหายากไม่ค่อยมีหมุนเวียนพบเจอน้อย ควรค่าแก่การเก็บสะสมบูชาครับ "นับเป็นของดีที่หายากมากๆ” "งดงามด้วยพุทธศิลป์ เข้มขลังด้วยพุทธคุณ" #ประสบการณ์มีให้พบเห็นอยู่บ่อยครั้ง #พุทธคุณครบครอบรอบด้านทำมาค้าขึ้นเมตตาค้าขายแคล้วคลาดปลอดภัยหน้าสะสมบูชาครับ🙏🙏🙏 https://www.facebook.com/YutBonsaiMukdahan

ประวัติและปฏิปทา หลวงปู่คำน้อย จิตฺตคุตฺโต วัดถ้ำภูกำพร้า (วัดภูกำพร้า) จังหวัดมุกดาหาร

ประวัติและปฏิปทา หลวงปู่คำน้อย จิตฺตคุตฺโต วัดภูกำพร้า อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร เกิด ไม่ทราบ มรณภาพ พ.ศ.2548 อายุ ไม่ทราบ (ว่ากันว่า 200 กว่าปี) พรรษา ไม่ทราบ สำหรับหลวงปู่คำน้อย ว่ากันว่าท่านมีถึงอายุ 238 ปี ท่านพำนักอยู่ วัดถ้ำภูกำพร้า อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ตั้งแต่ท่าน อายุได้ 100 กว่าปี ท่านก็สามารถนั่งสมาธิถอดจิต ไปเที่ยว สวรรค์ - นรก และ บางคนเชื่อว่าท่านคือเณรคำผู้มีฤทธิ์จากภูเขาควายเมืองลาว ท่านเป็นพระใจดี สำหรับอายุของท่านเท่าที่ถามจากคนเฒ่าคนแก่ในละแวกนั้น เขาก็ว่าเกิดมาก็เห็นหลวงปู่แล้วจนเขามีอายุถึงแปดสิบเก้าสิบ หลวงปู่คำน้อยก็ยังคงอยู่ในสภาพเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง และเมื่อสอบถามจากหลวงปู่คำน้อยก็ได้คำตอบเหมือนที่ใครๆได้รับรู้จากวาจา ท่านเองคือเปลี่ยนฟันมาสองรอบแล้ว รอบละ 120 ปี เลยอนุมานเอาว่าช่วงนั้นหลวงปู่น่าจะอายุประมาณ 200 กว่า ปี อายุใกล้เคียงกับกรุงเทพมหานคร ก็เลยสันนิษฐานเอาว่าหลวงปู่น่าจะเกิดในสมัยรัชกาลที่ 1 ครับ ปัจจุบันท่านมรณภาพไปแล้วครับ ประมาณปี 2548

สมเด็จพระธาตุพนม (พระสมเด็จธาตุพนม) วัดพระธาตุพนม จังหวัดนครพนม ปี 2518

สมเด็จพระธาตุพนม (พระสมเด็จธาตุพนม) วัดพระธาตุพนม จังหวัดนครพนม ปี 2518 พระสมเด็จพระธาตุพนม  #เนื้อผงผสมอิฐพระธาตุ สภาพสวยสมบูรณ์ไม่บิ่นไม่ลานเดิมๆหายากครับ สมเด็จพระธาตุพนม วัดพระธาตุพนม จ.นครพนม พ.ศ.๒๕๑๘ "พระธาตุพนม"เจดีย์แห่งนี้บรรจุพระอุรังคธาตุ(กระดูกหน้าอก)พระพุทธเจ้า "พิธีสมโภชน์ครั้งนี้"ในหลวง ร.๙ เสด็จ เป็นองค์ประธาน ในการบูรณะปฎิสังขรณ์ พร้อมด้วยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ในหลวง ร.๑๐  "พระดีพิธีใหญ่มาก"เกจิสายพระกรรมฐานมาร่วมงานมากมายหลายท่านครับผม พระสภาพสวยสมบูรณ์ หายาก มากครับผม ควรค่าแก่การเก็บสะสมไว้บูชาครับ #พระธาตุพนมพระธาตุศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของไทย "นับเป็นของดีที่หายากมากๆ” "งดงามด้วยพุทธศิลป์ เข้มขลังด้วยพุทธคุณ" #ประสบการณ์มีให้พบเห็นอยู่บ่อยครั้ง #พุทธคุณครบครอบรอบด้านทำมาค้าขึ้นเมตตาค้าขายแคล้วคลาดปลอดภัยหน้าสะสมบูชาครับ🙏🙏🙏 https://www.facebook.com/YutBonsaiMukdahan

ประวัติและปฏิปทา หลวงปู่วิเวียร ฐิตปุญฺโญ วัดดวงแข กรุงเทพมหานคร

ประวัติและปฏิปทา พระวิมลธรรมภาณ (หลวงปู่วิเวียร ฐิตปุญฺโญ) พระวิมลธรรมภาณ (หลวงปู่วิเวียร ฐิตปุญญเถร บุญมาก) วัดดวงแข กรุงเทพมหานคร หลวงปู่วิเวียร เกิดวันที่ 9 พฤศจิกายน 2464 บรรพชาเป็นสามเณร วันที่ 9 กรกฎาคม 2482 อุปสมบทเป็นพระภิกษุสงฆ์ พ.ศ. 2484 เป็นพระที่มีความเชี่ยวชาญด้านสมถะและวิปัสสนาอย่างมาก ท่านเป็นพระอาจารย์สอนกัมมัฏฐานต่อผู้ใคร่ศึกษา อาจารย์ของท่านประกอบด้วย พระอาจารย์สิงห์ ขันตยาคโม วัดป่าสาลวัน (ลูกศิษย์องค์สำคัญของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต) หลวงพ่อโด่ วัดนามะตูม จังหวัดชลบุรี หลวงพ่ออยู่ วัดบ้านแก่ง จังหวัดนครสวรรค์ (ศิษย์ของหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า จังหวัดชัยนาท,หลวงปู่เฮง คงฺคสุวณฺโณ วัดเขาดิน จังหวัดนครสวรรค์ และหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ จังหวัดนครสวรรค์) วัตถุมงคลที่ท่านอธิฏฐานจิตมีพุทธานุภาพและกฤดาภินิหารอย่างน่าอัศจรรย์ เป็นที่ต้องการของบรรดาลูกศิษย์และผู้นิยมพระเครื่อง หลวงปู่วิเวียร ฐิตปุญญเถร (บุญมาก) ละสังขาร เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2537 เวลา 4 ทุ่มตรง รวมสิริอายุได้ 73 ปี พรรษา 53 การเข้าสู่เส้นทางวิปัสสนากัมมัฎฐานและพระเวทย์วิทยาคม พระวิมลธรรมภาณ ...

ประวัติหลวงพ่อกุหลาบ พุทฺธโชติ หรือ หลวงพ่อกุหลาบ วัดบางเป้ง

ประวัติหลวงพ่อกุหลาบ พุทฺธโชติ หรือ หลวงพ่อกุหลาบ วัดบางเป้ง พระครูพรหมจริยาธิมุตต์ (หลวงพ่อกุหลาบ พุทฺธโชติ) หรือ หลวงพ่อหลาบ วัดบางเป้ง อดีตเจ้าอาวาสวัดบางเป้ง และอดีตเจ้าคณะอำเภอศรีราชา ท่านเป็นเกจิดังของตำบลแสนสุข อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี ท่านพัฒนาวัดบางเป้งจนมีความรุ่งเรือง ท่านเป็นพระที่มีเมตตาสูง ใครมาขอความช่วยเหลือจากท่านท่านก็ช่วยเหลือมิไม่ได้ขาด ท่านเป็นพระเกจิที่ชาวบางแสนให้ความเคารพอย่างมาก และท่านยังให้ความสำคัญของการศึกษาท่านได้สร้างโรงเรียนวัดบางเป้ง (กุหลาบราษฎร์อำนวยวิทย์) ขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2509 เป็นต้น ประวัติและสถานะเดิม พระครูพรหมจริยาธิมุตต์ ท่านมีนามเดิมว่า " กุหลาบ " นามสกุล " อุ่นจิตร หรือ อุ่นจิตต์ (ไม่แน่ใจว่าเขียนแบบไหนครับ) " เกิดเมื่อวันอังคาร ขึ้น 9 ค่ำ เดือนยี่ ตรงกับวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2431 บิดาชื่อ นายช้อน มารดาชื่อ นางเจียก อุ่นจิตร ท่านเกิด ณ หมู่ที่ 1 บ้านตำบลแสนสุข อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี (บริเวณสถานีดับเพลิง ต.แสนสุข) ท่านมีพี่น้องร่วมบิดามารดาจำนวน 5 คน หลวงพ่อกุหลาบเป็นบุตรคนสุดท้อง ดังนี้ พระอธิการอั...

#001 พระนางพญา พิมพ์สังฆาฏิ รุ่นแรก หลวงปู่โต๊ะ อินทสุวัณโณ วัดประดู่ฉิมพลี กรุงเทพมหานคร

พระนางพญา พิมพ์สังฆาฏิ รุ่นแรก หลวงปู่โต๊ะ อินทสุวัณโณ วัดประดู่ฉิมพลี กรุงเทพมหานคร ตัวอย่างองค์ที่ 001 พระนางพญาเนื้อดิน หลวงปู่โต๊ะ มี 4 พิมพ์ 1. พิมพ์มีหน้ามีตา 2. พิมพ์เทวดา 3. พิมพ์อกนูน 4. พิมพ์สังฆาฏิ พระราชสังวราภิมณฑ์ (หลวงปู่โต๊ะ อินฺทสุวณฺโณ) เป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดประดู่ฉิมพลี เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร หลวงปู่โต๊ะ อินทสุวัณโณ เป็นพระคณาจารย์ที่รู้จักกันดี ด้วยวัตรอันปฏิบัติอันงดงามเป็นที่เคารพศรัทธาของชาวพุทธทุกชนชั้น ท่านถึงพร้อมด้วยบุญบารมีและอิทธิบารมี พระเครื่องของท่านมีปาฏิหาริย์ศักดิ์สิทธิ์ มีประสบการณ์เล่าขานมากมายจากเหนือจดใต้ทั่วประเทศไทย จนกลายเป็นพระหลักยอดนิยมของเมืองไทย รูปภาพจาก เว็บ-พระ.คอม

ประวัติหลวงปูสอ ขันติโก วัดโพธิ์ศรี จังหวัดนครพนม

ประวัติหลวงปูสอ ขันติโก หลวงปู่สอ ขันติโก ท่านมีนามเดิมว่า สอ แก้วดี ท่านเกิดในตระกูลชาวนา เกิดเมื่อวันจันทร์ ปีมะเส็ง พ.ศ. 2448 ตามคำบอกเล่าของหลวงปู่ หลานแท้ๆ (ลูกของคุณยายเฮียง) และชาวบ้านที่บอกว่าในใบสุทธินั้นระบุวันเดือนปีเกิดและวันที่อุปสมบทคลาดเคลื่อนไป โดยระบุว่า เกิดวันที่ 20 พฤษาคม 2460 คลาดไป 12 ปี เพราะแม่ของหลวงปู่แจ้งเกิดให้ท่านช้าไปมากและไม่ได้นำเข้าทะเบียนราษฏร์ เนื่องด้วยท่านติดตามหลวงปู่สีทัตถ์ไปตั้งแต่ยังเด็ก ซึ่งจริงๆแล้วท่านเกิดปี 2448 วันที่อุปสมบทจาก 2480 เป็น 2512 ( 16 ก.พ. 2512 ) เนื้องด้วยเป็นใบที่ใช้ยืนยันตัวตนของท่านซึ่งขอทำในวันเวลาดังกล่าว บิดาชื่อ คุณพ่อเพ็ง เป็นชาวลาว มารดาชื่อ คุณแม่จันทร์ แม่พี่น้องร่วมกันอยู่ 6 คน 1. นายสุ เพียมา เสียชีวิตแล้ว 2. หลวงปู่สอ ขันติโก 3. นายสาน บุญรักษา เสียชีวิตแล้ว - พี่น้องต่างบิดาอีก 3 คน 4. นางจูม กัณหา เสียชีวิตแล้ว 5. นางเจียง รามศรี เสียชีวิตแล้ว 6. นางเฮียง รามศรี เสียชีวิตแล้ว เมื่อแรกเกิดหลวงปู่ท่านเล่าให้ฟังว่า แม่ของท่านบอกว่าตอนหลวงปู่เกิด สายรกพันคอ จะได้บวชเป็นแน่ พอเมื่อหลวงปู่ท่านยังเด็ก...

ประวัติหลวงพ่อแช่ม อินทโชโต หรือ หลวงพ่อแช่ม วัดตาก้อง

ประวัติหลวงพ่อแช่ม อินทโชโต หรือ หลวงพ่อแช่ม วัดตาก้อง หลวงพ่อแช่ม อินทโชโต หรือ หลวงพ่อแช่ม วัดตาก้อง ท่านเกิดเมื่อ ปี พ.ศ. 2405 ตรงกับรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ชีวิตในวัยหนุ่ม ท่านเป็นคนชอบท่องเที่ยวไปอย่างคึกคะนอง จนกระทั่ง พอมีอายุครบ 20 ปีตรงกับปี พ.ศ. 2425 ท่านก็ได้อุปสมบท ณ วัดสะพานเนียงแตก โดยมี พระครูอุตรการบดี (หลวงพ่อทา) เป็นพระอุปัชฌาย์ ซึ่งในขณะนั้น หลวงพ่อทา เป็นพระเกจิที่เรืองเวทวิทยาคม หลวงพ่อแช่ม จึงได้รับการถ่ายทอดวิทยาคมต่างๆไว้มากมาย โดยเฉพาะการเจริญกรรมฐานตามแบบโบราณจารย์ หลังจากนั้น ท่านได้ย้ายไปจำพรรษาอยู่ที่ วัดตาก้องและได้ออกธุดงค์ไปนมัสการ พระปฐมเจดีย์ พระแท่นดงรัง พระพุทธบาทสระบุรี และจนกระทั่ง ได้ไปนมัสการ เจดีย์ชะเวดากอง ที่ ประเทศพม่า และได้ศึกษาวิชาความรู้เพิ่มเติมจาก พวกชาวไทย พม่า กะเหรี่ยง และมอญ เป็นต้น มรณภาพ หลวงพ่อแช่ม ท่านมรณภาพเมื่อปี พ.ศ. 2490 ตรงกับปีที่ 2ของ รัชกาลที่ 9 รวมสิริอายุได้ 85 ปี นับพรรษาได้ 65 พรรษา จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ประวัติหลวงปู่หมุน ฐิตสีโล วัดบ้านจาน อมตะเถระ ๕ แผ่นดิน อายุ ๑๐๙ ปี

หลวงปู่หมุน ฐิตสีโล " ตัวกูลูกพระพุทธองค์ ครูสิทธิ์ ครูธงค์ องอาจไม่ประมาทครู พบรอยก้มดู เจอครูกราบไหว้ " อิมะมะมามา อิมะมะมามา อิมะมะมามา อิมะมะมามา อิมะมะมามา อิมะมะมามา อิมะมะมามา ผู้เขียน : ClubMahaAud(73) * วาจาสิทธิ์ของหลวงปู่หมุน ที่ได้กล่าวไว้ก่อนละสังขาร ซึ่งลูกศิษย์และชาวบ้านต่างจดจำได้ติดหู คือ " ของๆฉันสร้างเองกับมือ ใครมีไว้บูชาจะ หมุนโชคหมุนลาภ ทำมาค้าขึ้น ไม่มีวันจน ประกอบสัมมาอาชีพใดก็รุ่งเรือง เจริญลาภยศสรรเสริญ จะมีชื่อเสียงหอมขจรขจาย ขอให้เป็นคนดี คิดดี ทำดี ละเว้นชั่ว คุณพระจะรักษา เทวดาจะคุ้มครอง แม้นว่าฉันจะตายไป ของๆ ฉันจะขลังกว่านี้อีกหลายๆเท่า น้ำลาย ไอปาก ลมปราณที่ประจุลงไป ด้วยพลังจิตอันเข้มขลังของฉัน ย่อมเป็น หนึ่งบ่เป็นสอง ครบเครื่องเป็นองค์พระ ที่ดีทั้งนอก ดีทั้งใน ฝากไว้ในแผ่นดิน ให้เลื่องชื่อลือนาม ลือเรื่องถึงเมืองแมน " # หลวงปู่หมุน ท่านกำเนิดเมื่อ พศ.2437-2546 อายุยืนถึง 109 ปี พระเครื่องของท่านออกมา ช่วงบั้นปลายชีวิต ในปีพศ.2542-45 จึงดูเหมือนเป็นพระเครื่องใหม่ อายุพระไม่เกิน10ปี ความนิยมในท้องตลาดพระเครื่อง ยังมีไม่มา...

ประวัติหลวงปู่หมุน ฐิตสีโล อมตะเถระ ๕ แผ่นดิน วัดบ้านจาน

ประวัติหลวงปู่หมุน ฐิตสีโล อมตะเถระ ๕ แผ่นดิน วัดบ้านจาน จังหวัดศรีสะเกษ ชาติภูมิและอุปสมบท หลวง ปู่หมุน ฐิตสีโส เกิดในสกุล" ศรีสงคราม"หรือ " แก้วปักปิ่น" ถือกำเนิดเมื่อ วันพฤหัสบดี เดือน 5 ปีชวด พ.ศ. ๒๔๓๗ ณ บ้านจาน อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ บิดา ชื่อ "ดี "มารดาชื่อ " อั๊ว " มีอาชีพทำไร่ทำนา เป็นเด็กยากจน แต่มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด ต่อมาบิดามารดาเห็นแววทางด้านพระพุทธศาสนา จึงให้บรรพชาเป็นสามเณรเมื่ออายุ ๑๔ ปี และนำไปฝากกับพระอาจารย์สีดาเจ้าอาวาสวัดบ้านจาน ซึ่งเป็นพระที่เชี่ยวชาญด้านกรรมฐานและมีวิชาอาคมที่เก่งมาก ในปี ๒๔๖๐ ขณะอายุได้ ๒๓ ปีได้เข้าอุปสมบทโดยมีหลวงพ่อสีดา เป็นพระอุปัชฌาชย์รับฉายาว่า " ฐิตสีโล " แปลว่า " ผู้มีศีลตั้งมั่น "จากนั้นได้ศึกษาวิชาความรู้จากครูบาอาจารย์ต่าง ๆ ในแถบนั้นเป็นเวลา ๔ ปี ก่อนออกแสวงหาครูบาอาจารย์อื่นๆ เพื่อศึกษาคันธธุระและวิปัสสนาธุระในชั้นที่สูงๆ ขึ้นไป ปี พ.ศ.๒๔๖๔ หลวงปู่หมุน เริ่มออกศึกษาแสวงหาประสบการณ์โดยได้ร่ำเรียนทั้งเวทย์วิทยา และสมถกรรมฐานจากครูบาอาจารย์หลายสำนัก การเดินทางในสมัยนั้นเป็...